วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

การสักการะบูชาใช้ธูปกี่ดอก

การจุดธูปบูชา เสริมดวงชะตาหรือขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องของความเชื่อที่สืบทอดต่อๆกันมา ดวงชะตาปี 2553


 การจุดธูป เทียน หมายถึง ไหว้พระรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์
 การจุดเทียน เป็นตัวแทนของ แสงสว่างชีวิต ดอกไม้หอม แทนคุณงามความดี ความเจริญ
การสักการะถือเป็นการทำอมิสบูชาให้เกิดมงคลแก่ชีวิตโดยการบูชาสิ่งที่ดี ทำให้ตัวเรา มีบารมีมากขึ้น จึงใจสงบขึ้น
   
การสักการะใช้ธูปกี่ดอก

1.พระพุทธรูป ใช้ 3 ดอก แทนพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ
2.พระสงฆ์ ใช้ 3 ดอก แทนพระรัตนตรัยและผู้มีพระคุณ
3.พระสงฆ์ พระเกจิอาจารย์บรรลุธรรม  จุดธูป 9 ดอก แทนพระรัตนตรัยและผู้มีพระคุณ
4.พระพุทธเจ้าหลวง เสด็จพ่อรัชกาลที่ 5 ขอพร จุดธูป 9 ดอก
5.พระโพธิสัตว์กวนอิม ขอพรจุดธูป  9 ดอก
6.พระแม่อุมาเทวี  ขอพรจุดธูป  9 ดอก
         (องค์เทพองค์พรหม) -บน 39 ดอก
         - บวงสรวง 16 ดอก
7.ปู่ฤาษี ขอพรจุดธูป  9 ดอก
8.พระภูมิเจ้าที่ -เทพ ใช้ธูป 9 ดอก
          - เทวดาธรรมดา 5 ดอก
          - ผี 1 ดอก
9.กุมารทอง -จากวัด ใช้ธูป 5 ดอก
          - วิญญาณลูก 1 ดอก
10.ไหว้บรรพบุรุษ  ให้จุดธูป 1 ดอก
11.ว่านมงคลกาหลง  ให้ธูป 5 ดอก
12.พระแม่นางกวัก  ให้จุดธูป 9 ดอก

จุดธูป 1 ดอก : เป็นการจุดไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ผีบ้านผีเรือน วิญญาณภาคพื้น
จุดธูป 2 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณและการจุดธูปบนอาหาร
จุดธูป 3 ดอก :  เป็นการจุดธูปบูชาพระรัตนตรัย บูชา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
จุดธูป 4 ดอก : เป็นเรื่องเกี่ยวกับธาตุสี่ ใช้ในการสวดเสริมดวงชะตาราศี
จุดธูป 5 ดอก : เป็นการจุดธูปบูชาพระพุทธ พระธรรม  พระสงฆ์ พ่อแม่และครูบาอาจารย์
จุดธูป 6 ดอก : เป็นการ จุดธูปเสริมดวงชะตาตามกำลังไฟของอาทิตย์(1) คนที่เกิดวันอาทิตย์
จุดธูป 7 ดอก : เป็นการจุดบูชาจิตวิญญาณตามศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ และครูบาอาจารย์ที่เสียชีวิตแล้ว
จุดธูป 8 ดอก : เป็นการเสริมดวงชะตา ตามกำลังพระอังคาร (3) และตามจำนวนอัฎฐเคราะห์
จุดธูป 9 ดอก เป็นการจุดธูปบูชาผู้มีพระคุณ พระภูมิเจ้าที่ -เทพ เจ้าป่า เจ้าเขา รุกขะเทวดา ศาลพระภูมิ ศาลเทพ
จุดธูป 10 ดอก เกี่ยวข้องกับธาตุไฟ ตามกำลังของพระเสาร์ (7) มีกำลัง 10 เพื่อใช้ในการสวดเสริมดวงชะตา
จุดธูป 11 ดอก : ใช้บูชาเทวดาชั้นสูง
จุดธูป 12 ดอก : ในการบูชาตามกำลังพระราหู (8) ใช้ในการสวดเสริมดวงชะตา คนที่เกิดวันพุธกลางคืน
จุดธูป 13 ดอก : เป็นเลขไม่เป็นมงคล จึงไม่นิยมจุดบูชา
จุดธุป 14 ดอก ใช้จุดธูปบูชารูปปั้นพระสงฆ์ (เป็นการบูชาคุณพระสงฆ์)
จุดธุป 15 ดอก ใช้สวดบูชาดวงชะตา เกี่ยวข้องกับธาตุ ตามกำลังของดาวจันทร์ (2)
จุดธุป 16 ดอก เป็นการจุดธูปบูชาเทพชั้นสูง บูชาเทพชั้นครู หรือ พิธีกลางแจ้ง ที่มีการอัญเชิญเทวดา ที่สำคัญหมายถึงสวรรค์ 16 ชั้น
จุดธุป 17 ดอก เป็นการเสริมดวงชะตา สวดเสริมดวงชะตา
จุดธูป 18 ดอกไม่นิยมจุด
จุดธูป 19 ดอก บูชาเทวดาทั้ง 10 ทิศ
จุดธูป 21 ดอก บูชาพระคุณของพ่อ การบูชาแม่พระธรณี
จุดธูป 32 ดอก ใช้สวดชุมนุมเทวดาทั้ง 4 ทิศ การไหว้ 16ชั้นฟ้า 15ชั้นดินครับและ 1โลกมนุษย
จุดธูป 39 ดอก การบูชาพระแม่โพสพ
จุดธูป 56 ดอก เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบูชาคุณพระพุทธเจ้า
จุดธูป 108 ดอก บูชาสิ่งสูงสุดทั่วทั้งโลกทุกชั้นฟ้า

มาปลูกไม้มงคลกัน

ต้นไม้มงคล


ต้นโกศล ต้นไม้มงคล ชื่อนั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี
ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข  เป็นไม้ยืนต้นที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจาก
สีสันสวยสดของใบ และคุณสมบัติที่ช่วยเสริม ความเป็นสิริมงคลให้กับบ้านอีกด้วย


ต้นกวนอิม เป็นไม้ยืนต้นที่มีชื่อใกล้เคียงกับเทพเจ้าที่ชาวจีน และชาวไทยให้ความเคารพบูชา
กันทั่วไป เชื่อกันว่าต้นกวนอิมเงิน กวนอิมทองนั้น เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ต้นไม้มงคลเสริมดวงชะตา

เพราะคนโบราณมักจะใช้ต้นไม้ทั้งสองชนิดนี้ มาประกอบในพิธีบูชาเทพเจ้า
เชื่อกันว่าเมื่อปลูกกวนอิมในบ้านจะเกิดเป็นสิริมงคล นำผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวย


ต้นกระดังงา ต้นไม้มงคล ที่นิยมปลูกกันด้วยชื่อที่เป็นมงคล คนโบราณเชื่อกันว่าการปลูกต้นกระดังงา
ทำให้คนในบ้านมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่นับหน้าถือตา มีเงินทองลาภยศ
ควรปลูกต้นกระดังงา ทางทิศตะวันออกของตัวบ้าน
เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคล แก่ตัวบ้านและครอบครัวที่อาศัย


ต้นมะยม เป็นต้นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมปลูกกันมาก โดยเฉพาะการปลูกที่หน้าบ้านด้วยความเชื่อที่ว่า จะทำให้คนนิยมชมชอบ ไม่มีคนคิดร้ายหรือเป็นศัตรู

ดอกบานไม่รู้โรย ถือเป็นไม้ดอกที่ชื่อเป็รมงคลนามอยู่แล้วว่า บานไม่รู้โรย จะช่วยเสริม
ด้านความรักของผู้อยู่อาศัยและคู่รักให้ผูกพันมั่นคงต่อกัน


ดอกดาวเรือง เป็นดอกไม้มงคล ที่นิยมปลูกกันมากด้วยชื่อที่เป็นมงคลและสีเหลืองดั่งทอง
เสริมให้ชีวิตเจริญก้าวหน้า มีเงินมีทอง


ต้นวาสนา ด้วยความเชื่อว่า ทำให้ผู้ปลูกมีโชคและวาสนาที่ดี เกิดความสุข สมหวัง
ถือเป็นไม้เสี่ยงทาย ถ้าสามารถปลูกได้สวยงามและออกดอก เชื่อว่าจะทำให้มีโชคลาภ
ปรารถนาสิ่งใดก็จะได้ดังหวัง


ต้นกล้วยไม้ คนโบราณเชื่อว่า กล้วยไม้ จะทำให้เกิดความประทับใจแก่บุคคลทั่วไป
ทำให้คนในบ้านมีจริยธรรม เหมาะกับผู้ปลูกที่มีอุปนิสัยเยือกเย็นอ่อนโยน


ต้นพุด เชื่อกันว่าไม่ว่าจะเป็นต้นพุดชนิดใดจะส่งผลให้มีความเจริญ มั่นคง
แข็งแรงสมบูรณ์ ทั้งสิ้น แต่ก็ควรให้เป็นพุดชนิดที่ดอกสีขาว

 
ต้นพญายอ มีความเชื่อกันว่าจะทำให้ดำเนินชีวิตราบรื่นเป็นสุขสมบูรณ์

ต้นจำปา ถือเป็นต้นไม้มงคลที่จะนำโชค และเหมาะสมกับคนเกิดวันอาทิตย์อย่างยิ่ง

ต้นชบา ถือเป็นต้นไม้มงคลด้วยความเชื่ออว่าให้คุณด้านการงานเจริญก้าวหน้าไร้ปัญหาและอุปสรรค

ต้นราชพฤกษ์หรือคูน เป็นต้นไม้มงคลด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าสวยงาม
และมีดอกสีเหลืองตัดกับสีของท้องฟ้าในฤดูร้อน จะทำให้บ้านดูสดใส
และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี


ต้นโป๊ยเซียน พรรณไม้มงคล จะเป็นพันธุ์ใดก็ได้แต่จะต้องมีดอกสีเหลือง
หรือสีส้ม และจะเป็นมงคลอย่างยิ่งหากเป็นสีส้มหรือสีเหลืองในดอกเดียวกัน
โป๊ยเซียนไม้แห่งโชคลาภจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก


ต้นเข็ม เป็นต้นไม้มงคลควรปลูกต้นเข็มไว้ในบริเวณบ้านเชื่อว่าจะทำให้สมองปลอดโปร่ง
เกิดความคิดความอ่านที่ดี ความคิดเฉียบขาด ให้คุณโดยทั่วไปด้วย


ต้นมะลิ เชื่อกันว่าเป็นไม้มงคลที่สูงค่าจึงนิยมใช้บูชาพระ สีขาวอันบริสุทธิ์ และกลิ่นหอมเย็น
ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา ก็เป็นสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์
มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป


การปลูกต้นไม้มงคลไม้มงคลเสริมดวงชะตาผู้อยู่อาศัย ต้นไม้ที่ควรปลูก ถือเป็นต้นไม้มงคลตามทิศต่างๆ

ทิศตะวันออก ควรปลูกไม้ไผ่กอ และต้นมะพร้าว ถือเป็นต้นไม้มงคลประจำทิศ
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ควรปลูกต้นยอและต้นสารภี ถือเป็นต้นไม้มงคลประจำทิศ
ทิศใต้ เชื่อว่าควรปลูก ต้นมะม่วง และต้นมะพลับ
ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เชื่อกันว่าควรปลูก ต้นสะเดา ต้นขนุน และต้นพิกุล
ทิศตะวันตก เชื่อกันว่าควรปลูก ต้นมะขาม ต้นมะยม
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เชื่อกันมาว่าควรปลูก ต้นมะกรูด
ทิศเหนือ เชื่อกันว่าควรปลูกพุทรา และหัวว่านต่างๆ ถือเป็นต้นไม้ประจำทิศ
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อกันว่าควรปลูก ต้นทุเรียน ถือเป็นต้นไม้ประจำทิศ


 
การปลูกต้นไม้มงคล เสริมดวง ปลูกไม้มงคลที่เป็นมงคลประจำปีเกิด
เกิดปีชวด   มิ่งขวัญเสริมดวงอยู่ที่ต้นกล้วยและต้นมะพร้าว ถือเป็นต้นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีฉลู  มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นตาล ช่วยส่งเสริมให้ดีขึ้น ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีขาล  มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นขนุนและต้นรัง ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีเถาะ  มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นมะพร้าวและต้นงิ้ว ถือเป็นต้นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีมะโรง  มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นไผ่ ต้นกัลปพฤกษ์ และต้นงิ้ว ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีมะเส็ง  มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นไผ่และต้นรัง ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีมะเมีย  มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นต้นกล้วยและต้นตะเคียน ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีมะแม  มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นไผ่ ต้นปาริชาติ และต้นทองหลาง ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีวอก  มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นไผ่ ต้นยาง และต้นฝ้าย ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีระกา  มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นไผ่ ต้นยาง และต้นฝ้าย ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีจอ  มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นบัวบก และต้นสำโรง ถือเป็นต้นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีกุน  มิ่งขวัญอยู่ที่กอบัวหลวง และต้นบัวบก ถือเป็นต้นไม้มงคลประจำปีเกิด


ต้นไม้มงคล เสริมดวงชะตา ประจำราศีเกิด การปลูกไม้มงคล 8 ทิศ ทิศมงคลกับการปลูกต้นไม้ เสริมฮวงจุ้ย


 

การสะเดาะเคราะห์

สะเดาะเคราะห์



      นับแต่โบราณกาลมานักโหราศาสตร์มีความเชื่อว่าทุกชีวิตที่เกิดมา จะมีดวงชะตากำเนิดติดตัวมาพร้อมกันทันที ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่เป็นที่ยอมรับของนักวิทยาศาสตร์ เนื่องจากขาดการระมัดระวังในการพิสูจน์ และด่วนสรุปว่าเป็นเรื่องงมงาย ที่เป็นดังนี้เพราะนักวิทยาศาสตร์ รวมทั้งนักคณิตศาสตร์ ที่ร่วมกันพิสูจน์นั้น ไม่มีพื้นฐานความรู้ในการดูดวงตามหลักโหราศาสตร์ ที่อาศัยดวงดาวต่างๆ ที่โคจรอยู่บนท้องฟ้าเป็นหลักในการทำนายอย่างเพียงพอ เปรียบเสมือนการนำวิศวกรไปทำงานแทนหมอผ่าตัด ย่อมเป็นไปไม่ได้เนื่องจากความเข้าใจในสาขาวิชาแตกต่างกันมาก แม้แต่เรื่องของจิต เพื่อที่จะให้จิตใจสงบสุข มีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข นักวิทยาศาสตร์ก็เพิ่งจะมีวิชาจิตวิทยามาไม่กี่ร้อยปี และพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว ขณะที่ชาวพุทธทางตะวันออกรู้จักการฝึกจิต และหลักธรรมที่จะต้องนำไปใช้คู่กันกับการฝึกจิต

เพื่อที่จะนำผู้ปฏิบัติไปสู่ความสงบสุขมานานกว่า 2500 ปี และในปัจจุบันชาวตะวันตก ก็กำลังดำเนินทางตามหลังชาวพุทธด้วยวิชาจิตวิทยา เช่นในทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ที่ศึกษาไปในอดีต วัยเด็ก การสะกดจิต และจิตใต้สำนึก ซึ่งบางครั้งมีการสะกดจิตย้อนหลังไปในอดีตชาติเป็นร้อยๆ ปี แต่ในทางพุทธศาสนาพระพุทธองค์ทรงใช้ ฌาณ เช่นอตีตังสญาณ ดูย้อนหลังอดีตของพระสาวกไปหลายร้อยชาติ จึงมีความแม่นยำกว่ามาก ในการสั่งสอนชี้แนะให้เดินออกจากความทุกข์ และชี้ทางเข้าสู่ความสงบสุขได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นหลักการที่เหมือนกันกับทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงพอสรุปได้ว่า การที่จะให้คนอื่นเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เหมือนอย่างที่เราเข้าใจนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ยิ่งเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนมากเท่าใด ยิ่งต้องใช้เวลานานในการพิสูจน์มากเป็นทวีคูณ เปรียบเสมือนการติดต่อกับคนต่างชาติต่างภาษา วิธีที่จะเข้าใจได้รวดเร็วก็ต้องมีล่ามแปลภาษา หรือใช้ Dictionary ในเรื่องที่เกี่ยวกับพลังจิตนี้ก็เช่นกัน มนุษย์ยังขาดเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่จะใช้วัดพลังจิต มนุษย์มีหน่วยวัดพลังงาน เช่น ความร้อนเป็น Centigrade, อาหารเป็นแคลอรี่ ฯลฯ แต่มนุษย์ยังไม่มีหน่วยวัดพลังงานของจิต

สรุปได้ว่าในโลกนี้ยังมีเรื่องที่เราไม่รู้ และไม่เข้าใจอีกมาก ที่ต้องการการพิสูจน์ ดังนั้นในการพิสูจน์จึงไม่ควรรีบด่วนหาข้อสรุป จะเกิดความผิดพลาด และเสียโอกาสที่ดีไป

ในการสะเดาะเคราะห์ก็เช่นเดียวกัน นับตั้งแต่สมัยโบราณในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการเกี่ยวโยง กับจิต รวมทั้งเทพยดาและโลกแห่งวิญญาณ ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้เลยในทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการแก้ไขดวงชะตาในแบบที่ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับโลกแห่งวิญญาณ ซึ่งเป็นแนวทางสะเดาะเคราะห์อีกแนวทางหนึ่งในที่นี้จะขอกล่าวทั้ง 2 แนวทาง
  1. ในการสะเดาะเคราะห์ตามแนวทางของโหราศาสตร์ไทยนั้น วิธีการที่นิยมนับถือว่าได้ผลมากที่สุดคือ พิธีการสวดนพเคราะห์ เพื่อบูชาเทพยดาประจำดาวนพเคราะห์ ซึ่งในการทำพิธีต้องมีเครื่องเส้นสังเวยเทพยดา ครูบาอาจารย์ และขั้นตอนต่างๆ มาก จำเป็นที่จะต้องมีผู้รู้ คอยกำกับพิธีให้ จึงจะทำได้สำเร็จ อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการทำพิธีสูงมาก ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พิธีนี้จึงมีการทำกันในหมู่เจ้านายชั้นสูง หรือผู้ที่มีฐานะดีเท่านั้น และคนที่รู้วิธีการที่ถูกต้องก็มีเหลือเพียง 2- 3 คน เพราะตำราต่างๆ ที่เขียนไว้ก็ยังมีการปิดบังไว้ ไม่ได้เปิดเผยทั้งหมด
  2. ดอกคราด ดอกจันทร์เกสรบุษบัน เปราะหอม กำยาน โกฐสอ โกฐเขมา ทองน้ำประสาน เปลือกกุมชลธาร กรุงเขมาเท่ากัน สมแล้วตำบด พิมเสน ชมด น้ำผึ้งรวงรัน กฤษณา น้ำมะนาว น้ำมะเขือขื่นคั้นผสมยาเข้าด้วยกัน บดปั้นตากกินเป็นยาวาสนา เลิศล้ำตำราในโลกแดนดิน อุปเท่ห์กล่าวไว้ ผู้ใดได้กินจะ สวัสดิโสภิน กว่าคนทั้งหลาย พัสดุเงินทองจักพูนกูนกอง กว่าโลกหญิงชาย นำมาบูชาอภิวาท์บ่วาย ระงับอันตราย ทั้งสี่กิริยา โทษหนักเท่าหนัก มาตร์แม้นประจักษ์ ถึงกาลมรณา ถ้าแม้นได้กิน ซึ่งยาวาสนา กลับน้อยถอยคลา เคลื่อนคลายหายเอย
    ที่กล่าวมานี้เป็นตำราสำหรับปรุงยาจินดามหามณีโดยย่อ และสรรพคุณของยา ซึ่งหากใครได้กินยานี้แม้ดวงชะตามีเคราะหนักขนาดไหนก็ตาม ยาเพียง 1 เม็ดสามารถคุ้มภัยได้เจ็ดวัน แต่การจะทำยานั้นก็มีพิธีการ และขั้นตอนมาก รวมทั้งต้องมีพิธีพุทธาภิเษก เปรียบเสมือนกับการเติมพลังจิตลงไปในยาด้วย ซึ่งตำรายานี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ายาวาสนา และมีหลักฐานว่า ยานี้มีการปรุงมาตั้งแต่ครั้งสมัยสมเด็จพระพันรัตน์วัดป่าแก้ว ผู้เป็นพระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และในปัจจุบันก็ยังมี ผู้ประกอบยาสืบกันมา แต่ส่วนใหญ่ตัวยาจะหาได้ไม่ครบ เท่าที่ทราบปัจจุบันมีเพียง 2-3 คนที่เคร่งครัดในการปรุงยาให้ได้ครบตามตำราจริงๆ
  3. น้ำมนต์พระปริตร ต้องเป็นน้ำมนต์ที่พระเกจิอาจารย์ที่มีสมาธิจิตเข้มขลัง เป็นผู้สวดทำน้ำมนต์ให้ในพิธี จึงจะใช้ได้ผล โดยนำมาอาบ มาดื่ม
  4. การทำบุญใส่บาตรให้เทวดาประจำดาวนพเคราะห์แต่ละองค์ ซึ่งขึ้นอยู่กับดวงชะตาในขณะนั้นว่าพระเคราะห์ใดกำลังให้โทษในดวงชะตา ก็จะมีการทำบุญ เพื่อขอให้เทวดาประจำนพเคราะห์ที่กำลังให้โทษนั้น งดโทษทั้งปวงที่จะบังเกิดขึ้นกับดวงชะตาไว้ ซึ่งวิธีการนี้เป็นที่นิยมของชาวบ้านเพราะค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก ซึ่งโดยทั่วไปมี หลักการทำบุญตามกำลัง และลักษณะของเทวดาประจำดาวนพเคราะห์แต่ละดวง เช่น อาทิตย์ มีกำลัง 6, พระจันทร์ มีกำลัง 15, อังคาร 8, พุธ 17, พฤหัส 19, ศุกร์ 21, เสาร์ 10, ราหู 12 และมีวิธีการเมื่อพระเคราห์แต่ละดวงให้โทษดังนี้คือ
  • พระอาทิตย์ให้ทำบุญใส่บาตรพระในวันอาทิตย์ 6 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 6 ดอก เทียน 6 เล่ม ดอกไม้สีแดง 6 ดอก อาหารรสเผ็ดร้อน ขนมสีแดง และให้ใส่ยาธาตุน้ำแดงด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาช่อนในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่มา 6 ตัว ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตรและทำการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทำบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ เทวดาประจำพระอาทิตย์และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำบุญทำทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวงที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย'
  • พระจันทร์ให้ทำบุญใส่บาตรพระในวันจันทร์15 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 15 ดอก เทียน 15 เล่ม ดอกไม้สีขาวหรือสีนวล 15 ดอก อาหารรสเค็ม ขนมสีขาวหรือสีนวล และให้ใส่ยาธาตุน้ำขาว ด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาช่อนในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่มา 15 ตัว ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตรและทำการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทำบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ เทวดาประจำพระจันทร์และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำบุญทำทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวงที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย'
  • พระอังคาร ให้ทำบุญใส่บาตรพระในวันอังคาร 8 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 8 ดอก เทียน 8 เล่ม ดอกไม้สีแดงหรือสีชมพู 8 ดอก อาหารรสเผ็ด ขนมสีแดง และให้ใส่ยาแดงสำหรับใส่แผลสดลงไปด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาดุกในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่มา 8 ตัว ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตรและทำการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทำบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ เทวดาประจำดาวอังคาร และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำบุญทำทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวงที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย'
  • พระพุธ ให้ทำบุญใส่บาตรพระในวันพุธ 17 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 17 ดอก เทียน 17 เล่ม ดอกไม้ที่มีสีผสมกันหลายสีในดอกเดียวกัน 17 ดอก อาหารมีหลายรสในชนิดเดียวกัน เปรี้ยว-เค็ม-หวาน-เผ็ด ขนมสีเขียว และให้ใส่ยาเขียวสำหรับแก้ไข หรือยาแก้ไอ้ลงไปด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาหมอไทยในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่มา 17 ตัว ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตร และทำการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทำบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ เทวดาประจำดาวพุธ และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำบุญทำทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวงที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย'
  • พระพฤหัส ให้ทำบุญใส่บาตรพระในวันพฤหัส 19 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 19 ดอก เทียน 19 เล่ม ดอกไม้สีเหลือง 19 ดอก อาหารรสจืด ขนมสีเหลือง และให้ใส่ยาหอม ลงไปด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาหมอไทย หรือปลาช่อนในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่มา 19 ตัว ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตรและทำการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทำบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ เทวดาประจำดาวพฤหัส และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำบุญทำทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวงที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย'
  • พระศุกร์ ให้ทำบุญใส่บาตรพระในวันศุกร์ 21 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 21 ดอก เทียน 21 เล่ม ดอกไม้สีขาวหรือสีฟ้า 21 ดอก อาหารรสหวาน ขนมสีขาวหรือสีฟ้า และให้ใส่ยาแก้ไอที่มีรสหวานลงไปด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาช่อน หรือปลาหมอไทยในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่มา 21 ตัว ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตรและทำการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทำบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ เทวดาประจำดาวศุกร์ และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำบุญทำทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวงที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย'
  • พระเสาร์ ให้ทำบุญใส่บาตรพระในวันเสาร์ 10 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 10 ดอก เทียน 10 เล่ม ดอกไม้สีม่วงแดง 10 ดอก อาหารรสเปรี้ยว ขนมสีม่วงแดง หรือสีน้ำตาล และให้ใส่ยาถ่ายพยาธิ หรือยาที่ใช้รักษาแผลเน่าเปื่อยลงไปด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาไหล หรือปลาดุกในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่มา 10 ตัว หากซื้อปลาไหลอย่าซื้อตัวใหญ่เพราะมักจะมีเบ็ดอยู่ในคอ ให้เลือกซื้อตัวเล็กๆ เท่านิ้วก้อย ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตรและทำการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทำบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ เทวดาประจำดาวเสาร์ และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำบุญทำทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวงที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย'
  • พระราหู ให้ทำบุญใส่บาตรพระในวันพุธ 12 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 12 ดอก เทียน 12 เล่ม ดอกไม้สีม่วงแดง 12 ดอก อาหารสีดำเช่นไข่พะโล้ เป็ดพะโล้ ขนมสีม่วง หรือสีดำ และให้ใส่ยาถ่ายพยาธิ หรือยาแก้เมาคลื่นลมลงไปด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาไหล หรือปลาดุกในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่มา 10 ตัว หากซื้อปลาไหลอย่าซื้อตัวใหญ่เพราะมักจะมีเบ็ดอยู่ในคอ ให้เลือกซื้อตัวเล็กๆ เท่านิ้วก้อย ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตรและทำการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทำบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ พระราหู และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำบุญทำทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวงที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย'
ในการใช้กำลังดาวเคราห์นั้นอาจประยุกต์ไปในแบบต่างๆ ตามความรุนแรงของเหตุการณ์ เช่น การบวชพระตามกำลังดาวเคราห์ เช่นพระอาทิตย์บวชพระ 6 รูป เสร็จแล้ว อุทิศส่วนกศุลให้เทวดาประจำดาวอาทิตย์ กับเจ้ากรรมนายเวร เพื่อขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วยเป็นต้น ซึ่งวิธีนี้เป็นการแก้กรณีหนักที่สุดของดวงชะตา ยิ่งลูกหลานหรือคนใกล้ชิดร่วมบวชให้ด้วยยิ่งดีจะได้ผลมากขึ้น

ในบางทีก็ใช้สร้างพระประจำวันต่างๆ การหล่อพระ สร้างพระจากไม้ หิน ดิน หรือวัตถุต่างๆ ถวายวัดเพื่ออุทิศส่วนกุศลเช่นกัน

ถ้าหากการให้โทษที่เกิดจากเสาร์ หรือราหู ที่เกิดขึ้นในราศีธาตุดิน หรือธาตุน้ำ วิธีป้องกันดวงชะตาอีกอย่างหนึ่งคือการสร้างส้วมถ่ายทุกข์ หรือสุขาถวายวัด

แต่ถ้าหากการให้โทษที่เกิดจากเสาร์ หรือราหู ที่เกิดขึ้นในราศีธาตุลม หรือธาตุไฟ ให้ร่วมสร้างเมรุเผาศพ แต่ห้ามเป็นเจ้าภาพ เป็นประธาน หรือแม้เข้าไปบริหารจัดการในการก่อสร้าง ให้ร่วมทำบุญเท่านั้น ทั้งนี้เพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้พระเสาร์ พระราหู และเจ้ากรรมนายเวร ขอให้งดโทษกับดวงชะตาทั้งปวง
กรณีดวงเดิมมีเสาร์กุมลัคนาในราศีมีน เมื่อดาวพฤหัสเข้ามาทับ ยังมีวิธีอีกอย่างหนึ่งคือ การนำเศียรพระเก่าๆ ที่ถูกทำลายมาหล่อเป็นพระองค์พระขึ้นมาใหม่ถวายวัด เพื่ออุทิศส่วนกุศล

ยังมีการแก้ดวงชะตาด้วยวิธีการเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงอำนาจของดาวเคราะห์ แต่วิธีนี้ต้องระวังเพราะหากเดินทางไปผิดทิศทาง แทนที่จะเป็นการแก้ไข กลับจะทำให้เหตุการณ์หนักรุนแรงยิ่งขึ้น ทางที่ดีต้องปรึกษานักโหราศาสตร์ อย่านึกคิดเอาเองเป็นอันขาด

นอกจากนั้นก็ยังมีบทสวดมนต์พระปริตร โดยเฉพาะจันทรปริตร สุริยปริตร และบทสวดมนต์เพื่อบูชาเทวดาประจำดาวเคราห์ เพื่อคุ้มครองตนเองให้ปลอดภัยจากเจ้ากรรมนายเวร

การใช้วัตถุมงคลเพื่อคุ้มครองตนก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งประสบการณ์ที่ผมได้ประสบ มาอย่างได้ผลดีอย่างยอดเยี่ยมยิ่งคือ คือวัตถุมงคลของหลวงพ่อยิด วัดหนองจอก ต.ดอนยายหนู อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขอเพียงให้เป็นของแท้ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่อง ตะกรุด ปลัดขิก ผ้ายันต์ สติกเกอร์ติดหน้ารถยนต์ ล้วนได้ผลดีอย่างน่าประหลาด แต่มีเคล็ดลับคือต้องทำใจให้มั่นๆ นึกถึงท่าน แล้วอธิษฐานเอา สำเร็จทุกเรื่องแม้เงินล้านผมก็เคยได้มาแล้ว

ส่วนวิธีการอื่นๆ ที่ใช้ในการแก้ดวงชะตา และสะเดาะเคราะห์ก็ใช้หลัก การป้องกันพร้อมกับความไม่ประมาท และหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่กำลังจะอุบัติขึ้น เช่น
  • หากรู้ว่ากำลังจะมีปากเสียง ระยะนั้นก็ให้หลีกเลี่ยง อย่าไปต่อว่าใคร การพูดจาในระยะนั้นก็ต้องระวังการใช้คำพูดให้ดี ใครชวนทะเลาะก็พยายามพูดจาดีๆ ด้วยความสุภาพและใจเย็น ค่อยๆ พูดผ่อนปรนปัญหาต่างๆ ลงมา
  • หากรู้ว่ากำลังจะมีอุบัติเหตุ การเดินทางต่างๆ ก็ต้องเพิ่มความรอบคอบ ระมัดระวังให้ มากยิ่งขึ้น ตรวจเช็คสภาพยานพาหนะให้ดีก่อนเดินทาง รวมทั้งศึกษาเส้นทางคมนาคมให้ดี เพื่อที่หากมีปัญหาเกิดขึ้นมาจะได้รู้ว่า ที่ไหนมีใครช่วยได้บ้าง ในเรื่องต่างๆ สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าประมาท เพราะหากประมาทแล้ว ความรุนแรงย่อมเกิดขึ้นเป็นทวีคูณ ตรงกันข้ามหากท่านตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ความรุนแรงต่างๆ ย่อมลดลงมาก หรือไม่เกิดขึ้นเลย
  • หากรู้ว่าจะมีปัญหาเรื่องเงิน ก็ต้องระมัดระวังรอบคอบในการใช้เงินตั้งแต่ปัญหาเรื่องการเงินยังไม่เกิดขึ้น มิใช่ว่าเกิดปัญหาแล้ว หรือเข้าไปในช่วงเวลาที่ทำนายแล้วจึงค่อยระวังการใช้เงิน เพราะที่ถูกต้องคือต้องเตรียมตัวเตรียมเงินสำรองจ่ายไว้ ให้พอ ในเหตุการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามปกติ รวมทั้งมีเงินเหลือเผื่อไว้ สำหรับแก้ปัญหาที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นมาด้วย อย่างน้อย 50 % ของรายจ่ายปกติประจำเดือน และหากคำทำนายช่วงเวลาที่จะเกิดความยุ่งยากด้านการเงินยิ่งยาวเท่าไร ยิ่งต้องเตรียมเงินไว้แก้ปัญหาให้มากยิ่งขึ้นตามไปด้วย ประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำนายจะสอนท่านเองว่า ควรจะเตรียมเงินไว้ขนาดไหน เพราะขนาดของปัญหาแต่ละคนมักไม่เท่ากัน และต่างก็มีวิธีแก้ปัญหาที่แตกต่างกันออกไป
  • หากรู้ว่าจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ก็ต้องใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพให้ดี ระมัดระวังในเรื่อง อาหารการกิน การนอนหลับพักผ่อน การออกกำลังกาย การรักษาอารมณ์ให้ปกติ ทำจิตใจให้แจ่มใส
  • ดวงเป็นการอ่านกรรมเก่าในชาติก่อนๆ ที่ผ่านมา ท่านสามารถแก้ไขได้ โดยพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ด้วยความดีงาม ด้วยความไม่ประมาท ภายในขอบเขตศีลธรรม อย่าวิตกกังวลมากเกินไปต้องรู้จักปล่อยวางในเรื่องที่ผ่านมาแล้วและเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น
ซึ่งหลักการป้องกันพร้อมกับใช้ความไม่ประมาทนี้ สามารถนำไปดัดแปลงใช้ได้กับทุกเรื่อง หลักการนี้แท้จริงแล้วก็คือ คำสอนในศาสนาพุทธ ที่ให้ทุกคน ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท กับกฎแห่งกรรม ที่ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว โดยยึดมั่นทำแต่ความดี หลีกเลี่ยงการทำความชั่วจะได้ไม่ต้องมาปวดหัวกลุ้มใจทีหลังนั่นเอง ไม่ใช่ว่าในเวลาที่ดวงดี จะทำชั่วอย่างไรก็ได้ และในเวลาที่ดวงไม่ดีแล้วค่อยมาแก้ดวงชะตานั้นเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะไม่มีใครสามารถหนีกฎแห่งกรรมไปได้ ถึงมีเงินเท่าไร อำนาจวาสนามากแค่ไหนก็หนีไม่พ้น เพราะดวงชะตาบอกเพียงจังหวะเวลาดีหรือไม่ดี ในเรื่องต่างๆ เท่านั้น ซึ่งผลจากการกระทำของท่าน ตัวท่านเองต้องเป็นผู้รับ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การแก้ไขดวงชะตาที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงการบรรเทา หรือเลื่อนเวลาออกไปเท่านั้น ซึ่งหากท่านไม่สร้างกรรมดีด้วยตัวของท่านเองเพื่อการแก้ไข กรรมชั่วนั้นย่อมมาถึงไม่ช้าก็เร็ว ขึ้นอยู่กับขนาดของกรรมชั่วคือ กรรมชั่วมากก็มาถึงเร็ว กรรมชั่วน้อยก็มาถึงช้าหน่อยหรือไม่รุนแรงนัก หากท่านเป็นผู้ที่ได้รับการฝึกให้มีสติ และสมาธิดี พร้อมกับสามารถดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาทตลอดเวลาแล้ว การดูดวงก็ไม่มีความจำเป็นสำหรับท่าน แต่โดยธรรมชาติของบุคคลทั่วไปส่วนใหญ่แล้ว ย่อมไม่สามารถที่จะทำได้ ดังนั้นการดูดวง ตามหลักวิชาโหราศาสตร์นี้ จึงมีประโยชน์เพราะสามารถล่วงรู้ช่วงเวลาที่ควรจะเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ช่วยลดปัญหาต่างๆ ลง และยังรู้ช่วงเวลาที่จะสร้างความสำเร็จให้ในชีวิตนั่นเอง

มาดูลางบอกเหตุกัน

ลางบอกเหตุ


การทำนายด้วยการ ดูดวง นั้นเป็นการทำนายจากตำแหน่งดวงดาวบนท้องฟ้า ซึ่งนอกจากการ ดูดวง แบบต่างๆ ยังมีการทำนายอื่นๆ ที่คนโบราณสังเกตเห็นและบอกสืบทอดต่อกันมา บางครั้งความเห็นต่างๆ ก็มีขัดแย้งกันบ้าง แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างน่าสนใจ ผมจึงพยายามรวบรวมมาให้อ่านกันเป็นความรู้เพื่อจะได้พิสูจน์กันต่อไปนอกจากการ ดูดวง ขอให้ท่านลองสังเกตสิ่งต่อไปนี้

ภายในบ้านอย่าให้มีประตู 3 บานตรงกัน ทั้งนี้เพราะเป็นสัญลักษณ์ของประตูจาก 3 โลก ซึ่งทำให้มีทั้งวิญญาณที่ดี และไม่ดี สามารถเดินทางผ่านมาได้ ดังนั้นเมื่อมีประตูให้เดินทางไปมาง่าย วิญญาณที่ไม่ดีก็จะเดินทางผ่านประตูมารบกวนผู้คนที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน โดยเฉพาะหากไปตรงกับห้องนอนผู้ใด ผู้นั้นก็จะถูกรบกวนหนัก มีเรื่องเดือดร้อน รำคาญให้แก้ไขอยู่ร่ำไปนั่นเอง โดยเฉพาะในเวลาที่ ดูดวง แล้วบอกว่า ดวงชะตา กำลังไม่ดี ในเรื่องประตูสามบานนี้แม้บานใดบานหนึ่งเหลื่อมล้ำตรงกันเพียงนิดเดียวก็มีผลเท่ากับตรงกัน 100 เปอร์เซ็นต์ และแม้เป็นประตูรั้วบ้านก็ต้องนับเข้ามาด้วย บางบ้านแม้เป็นประตูกับหน้าต่างรวมกัน 3 บานก็ยังถูกรบกวนแต่ไม่มากเท่ากับประตูล้วนๆ ยิ่งหากบ้านไหนมีเกิน 3 บานยิ่งยุ่งกันใหญ่

อย่าส่งสิ่งของให้แก่ผู้ใดด้วยมือข้างซ้าย เพราะมือซ้ายเป็นมือสกปรก เป็นมือชำระล้าง เป็นอัปมงคล เราจึงไม่นิยม ส่งของ ให้เงิน ให้ของ ให้ศีลให้พร กันด้วยมือข้างซ้าย แม้การให้พรกันผลที่ได้รับมักเป็นไปในทางที่ตรงกันข้าม ยิ่งเวลาที่ ดูดวง แล้วดวงไม่ดี

เมื่อออกจากบ้านมีแมวดำ หรือสัตว์วิ่งผ่านหน้าจากด้านขวาไปด้านซ้าย หมายถึง ความอัปมงคลจะมาเยือน สิ่งร้ายๆ หรืออันตรายต่างๆ กำลังจะเข้ามาในการเดินทางครั้งนี้ วิธีแก้ไขอย่าข้ามเส้นที่แมวนั้นตัดหน้าเราให้ถอยหลังแล้วเปลี่ยนเส้นทางไปทางอื่น หากเปลี่ยนเส้นทางไม่ได้ให้หยุดพักรอจนกว่าจะมีคนผ่านทางนี้ไปก่อนหน้าเรา ความร้ายจะบรรเทาลง ความเชื่อเรื่องนี้เกิดจากสีดำ และแมวเป็นลางบอกเหตุแมวเป็นสัตว์หากินในเวลากลางคืนซึ่งเป็นโลกของวิญญาณ รวมทั้งสีดำหมายถึงความลึกลับ หรือเหตุเรื่องราวที่คาดไม่ถึงพลิกความคามหมาย นั่นสามารถแปลได้ว่า การเดินทางของเราวันนี้ไม่ดีมากกว่าดี ถ้าออกจากบ้านอาจไม่ได้กลับบ้าน ถ้าเจอระหว่างทางการเดินทางต่อจากนี้ไปไม่ดี การที่สัตว์ตัดหน้าเริ่มจากด้านขวาไปด้านซ้ายหมายถึงสิ่งที่ร้ายกำลังจะไปหาสิ่งที่เคยดี เพราะมือซ้ายด้านซ้ายหมายถึงอัปมงคล ให้สังเกตเรื่องดังกล่าวจะเห็นเป็นจริงมากเมื่อ ดูดวง แล้วบอกว่าไม่ดี ทำนองเดียวกันให้สังเกตสัตว์อื่นๆ ที่วิ่งตัดหน้า และสีของสัตว์ ในแบบเดียวกันนี้ด้วย

ควรให้ทานอาหารแก่อีกา เพราะความเชื่อที่ว่า อีกาสามารถนำข่าวจากดินแดนแห่งความตาย มาส่งข่าวให้เราทราบได้ จากการแสดงออกของมัน มันจะสื่อสารให้เราทราบได้หากเป็นคนช่างสังเกต
อย่าเหยียบย่ำเมล็ดข้าว ผู้คนจะหมดความเคารพนับถือ ทั้งนี้เพราะข้าวเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิต หมายถึงให้ความเจริญแก่เรา

ผู้หญิงระหว่างมีประจำเดือนสตรีไม่ควรก้าวล้ำไปในวัด เข้าห้องครัว หรือร่วมปรุงอาหาร เพราะการมีประจำเดือนอาจหมายถึง ความสูญเสีย การแท้งบุตร ความตาย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงจากอาณาบริเวณที่สร้างพลังหล่อเลี้ยงชีวิต และจิตใจ เช่น ห้องครัว ศาสนสถาน วัดวาอารามต่างๆ การเข้าพบพระภิกษุสงฆ์

สีแดง เป็นสีแห่งโชคลาภ เป็นความรุ่งเรืองของชีวิต เพราะเป็นสีที่ให้พลังงานคล้ายกับเปลวเพลิง และดวงอาทิตย์

สีขาว เป็นสีที่บริสุทธิ์ หมายถึง การชำระล้าง ความสะอาดก็ได้ แต่โดยทั่วไปของมนุษย์ธรรมดาที่ยังมีกิเลสอาจมีความหมายไปในทางโศกเศร้า ความหม่นหมอง และความพลัดพรากจากกัน ชาวจีนจึงแต่งชุดขาวเพื่อไว้ทุกข์ในงานศพ ดังนั้นการใช้สีขาวจึงต้องระวังไม่ควรใช้ทาบ้าน ทาห้องนอน

อย่าตัดเล็บในเวลากลางคืน เพราะเชื่อกันว่าวิญญาณร้ายหรือสิ่งไม่ดีอาจเข้ามาสิงสู่ ผ่านเข้ามาทางเล็บมือเล็บเท้าที่ตัดใหม่ๆ ในเวลากลางคืน ช่วงเวลากลางคืนเป็นเวลาของโลกวิญญาณ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังตัว หากเป็นคนจิตไม่เข้มแข็งก็อาจพบกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ ดูดวง แล้วบอกว่าดวงไม่ค่อยดี

ก่อนตะวันตกดินควรปิดประตู หน้าต่าง ป้อง กันภูติผีปิศาจ ที่มากับสายลม เพราะวิญญาณนั้นเป็นธาตุลม เราอาจเลือกปิดเฉพาะทิศที่ไม่ดี โดยหมั่นสังเกตว่า ประตูหน้าต่างบานไหนเมื่อเปิดทิ้งไว้ในเวลากลางคืนมักทำให้ฝันร้าย หรือเกิดเหตุวุ่นวายตามมา ชาวอินโดนีเชียบางพวกมีความเชื่อ และกลัววิญญาณกับสิ่งลี้ลับที่มากับลมในช่วงเวลาเย็นค่ำมาก

ความฝันในตอนเช้ามักเป็นความจริง เพราะเวลาเช้าก่อนตื่นขึ้นมาในความฝันสุดท้าย.เชื่อกันว่าเทวดามาโปรดสัตว์ ซึ่งเคยเป็นญาติมิตรของท่าน สิ่งที่ท่านช่วยได้ดีที่สุดก็คือการมาบอกข่าวให้เราทราบนั่นเอง และมีข้อสังเกตว่าความฝันชนิดนี้จะต้องมีสีชัดเจนเท่านั้นจึงจะเชื่อถือได้ ไม่ใช่เป็นความฝันที่มีภาพแบบขาวดำหรือจำไม่ได้ว่าเป็นสีอะไร

อย่ากางร่มในบ้าน การกางล่มเพื่อป้องกันแดดและฝน อีกอย่างหนึ่งคือการกางล่มเดินนำหน้าศพคนตาย ดังนั้นการกางล่มในบ้านเปรียบเสมือนลางร้ายว่ากำลังจะเกิดเหตุร้ายขึ้นในบ้านนั่นเอง

อย่าฉลองวันเกิดก่อนถึงวันเกิด เมื่อถึงวันครบรอบวันเกิดหมายถึงเราจะมีอายุเพิ่มขึ้น และเข้าใกล้ความตายมากขึ้น ดังนั้นการฉลองวันเกิดก่อนถึงวันจริง จึงหมายถึงการรีบเร่งไปสู่ความตาย

ดังนั้นนอกจากการ ดูดวง หากท่านสังเกตดูลางบอกเหตุดังกล่าวข้างต้น ก็จะสามารถระมัดระวังตัวได้ดียิ่งขึ้น

การแก้ฝันร้ายให้กลายเป็นดี

การแก้ฝันด้วยตนเองให้ใช้พระคาถายันทุน


๑ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โยจามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท

ปาคัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง พุทธานุเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ...๑

.....๑ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โยจามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท

ปาคัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง ธัมมานุเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ...๑

.....๑ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โยจามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท

ปาคัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง สังฆานุเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ...๑

พระคาถายันทุนบทนนี้ ใช้สำหรับสวดป้องกันอันตรายต่าง ๆ แม้เวลาเกิดนิมิตรฝันไมดี เกิดอาเภทสังหรณ์ใจ ไปในทางที่ไม่ดี ให้สวดพระคาถานี้จะกลับให้เกิดเป็นความดีขึ้น แม้จะมีเคราะห์ร้ายต่างๆ เกิดขึ้น ให้ทำน้ำมนต์อาบเสียด้วยพระคาถานี้ บำบัดอันตรายให้หายสิ้นไปได้ หมั่นจำเริญภาวนาไว้เถิด สิริมงคลลาภยศดีนกแล ฯ

เคล็ดแก้ฝันร้ายแบบคนโบราณสมัยก่อนมีดังนี้
ความฝันที่เกี่ยวข้องกับตนเอง หรือกับฐานะและสมบัติของตนเอง ในตำราทำนายฝัน มักทำนายไว้ตรงข้ามเสมอ เช่นฝันว่าเป็นเศรษฐี ทายว่าจะยากจนลง หรือฝันว่าได้เงิน มักจะเสียเงิน ฝันว่าถูกตัดศรีษะหรือถูกแทงไส้ไหล กลับถือว่าเป็นฝันดีจะได้ลาภหรือหมดเคราะห์

โดยเหตุนี้ การที่จะถือว่า ฝันชนิดใดเป็นฝันร้ายหรือฝันชนิดใดเป็นฝันดี จึงไม่อาจจะกำหนดแน่นอนในทันทีที่ตื่นจากฝันได้ แต่ส่วนมากการ “ฝันร้าย” ในฝัน เช่น ฝันร้องไห้ หรือฝันถูกตัดหัว ซึ่งในคำทำนายว่า จะมีลาภดังที่กล่าวมานี้ ผู้ที่ฝันมักจะเป็นทุกข์กังวล เกรงว่าการฝันของตนจะฝันเป็นร้าย เพราะจิตใจตื่นตระหนกตั้งแต่อยู่ในความฝันแล้ว แต่แท้จริงจากคำทำนายกลับปรากฎว่าเป็นนิมิตบอกเหตุการณ์ล่วงหน้าว่าจะได้รับโชค ซึ่งแปลว่า “ฝันดี” นั่นเอง

ไทยเรามีวิธีแก้ฝันอยู่อย่างหนึ่งซึ่งแตกต่างกับคนต่างชาติ หรือฝรั่ง คือใช้วิธีเอาความฝันของตนไปเล่าให้ใครคนใดคนหนึ่งฟัง จะเป็น “ฝันดี” หรือ “ฝันร้าย” ก็ตาม คนที่รับฟังจากเรานั่นแหละจะเป็นคน “แก้ฝัน” ให้เราเอง คือพอเราเล่าจบ เขาก็จะต้องให้พรว่า “ฝันดีจะมีลาภ” ผู้ที่ฝันหรือไปให้เขาแก้ฝันจะต้องยกมือไหว้แล้วตอบว่า “สมพรปากเถิด” วิธีนี้คนเก่าๆ หรือคนไทยในชนบทยังนิยมใช้เป็น “เคล็ด” แก้ฝันของตนเองอยู่จนถึงทุกวันนี้ส่วนมาก เพราะถือว่าเมื่อให้อีกคนเป็นผู้แก้ฝันแล้ว ถ้าเป็นฝันร้ายก็จะกลายเป็นดี ถ้าฝันดีจะดียิ่งขึ้น

แต่วิธีการหรือ “ เคล็ด” ในการแก้ฝันที่ถือตามตำนานหรือความเข้าใจของตนเอง เท่าที่ได้รับคำบอกเล่าว่าเป็น “ฝันร้าย”นั้น ไทยเราก็มีวิธีแก้อยู่อย่างวิจิตรพิสดารเหมือนกันและถือเป็น “ประเพณี” กันมานมนานแล้วทีเดียว ซึ่งถ้าหากคุณๆ ผู้สนใจจะลองนำไปใช้ดูบ้าง ก็คงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายอะไรนักเพราะอย่างน้อยก็เป็นการ “ ปลอบจิตใจ” ของตนเอง หรือ “ผู้ฝัน” ได้อย่างหนึ่งเหมือนกัน และวิธีการแก้ฝันนี้ เมื่อพิเคราะห์ดูแล้วก็มีเหตุอันควรนับเนื่องเข้าในข่ายของการ “หักกลบลบล้าง” อยู่ได้บ้างเหมือนกัน ดังที่จะได้กล่าว

เช่นฝันเห็น “ไฟ” หรือ “ไฟไหม้” ซึ่งตามคำทำนายก็ว่าจะได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจนัก ตำราเคล็ด ในการแก้ฝันของโบราณ ก็แนะนำให้ไปแก้กับ “แม่น้ำ” หรือ “คงคา” หรือใช้ “น้ำ” เป็น “เคล็ด” ในการดับ “ไฟ” เสีย ก็จะทำให้เรื่องราว หรือเหตุการณ์ร้าย ที่จะเกิดล่วงหน้า มีอันบันเทาลงไป

และคนโบราณก็คือว่า “เคล็ด” วิธีนี้ดีที่สุด ในการแก้ฝันชนิดนี้ แต่ถ้าจะให้ดีขึ้นไปกว่านั้น คนโบราณ หรือเจ้าตำรับคำทำนายฝัน เขาแนะว่า เมื่อสะดุ้งตกใจตื่นจากฝันร้าย ไม่เฉพาะแต่จะฝันเรื่องไฟอย่างเดียว แม้ฝันอื่นๆ ก็ตาม ที่ทำให้ตกอกตกใจนั้น ให้รีบลุกขึ้นนั่งกราบหมอน รำลึกถึงคุณพระรัตนตรัยเสียสามครั้ง แล้วสวดมนต์ภาวนาเท่าที่สามรถจะสวดได้ ทำนองขอคุณพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ให้ช่วยปกปักรักษาและขจัดเหตุร้ายต่างๆ ที่จะเกิดแก่ตัวเราให้หมดสิ้นไป

ซึ่งนับว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุดและถูกต้องที่สุดถ้าเราสามารถจะปฏิบัติตามได้ และการสวดมนต์นี้ ก็ควรจะสวดทุกคืนก่อนนอนด้วยยิ่งดี

อย่างไรก็ตาม มีเคล็ดหรือวิธีแก้ฝันหลักใหญ่ๆ อยู่บางประการของตำรับโบราณ ที่จะนำมากล่าวเป็นส่วนประกอบได้บ้างในที่นี้ นอกเหนือจากการสวดมนต์ภาวนา ขอคุณพระศรีรัตนตรัยเป็นที่คุ้มครองแล้ว…คือ

ถ้าฝันว่า ผมร่วงเป็นหย่อมๆ ทำนายว่าจะมีเคราะห์ ต้องไปแก้กับหญิงมีครรภ์ หรือ คนมีท้อง (คือเล่าให้หญิงนั้นฟัง แล้วหญิงนั้นกล่าวเป็นทำนองว่า “ฝันดี” จะมีลาภ ดังที่กล่าว)
ถ้าฝันว่าถูกสุนัขกัด ทำนายว่า จะเดือดร้อนเพราะศัตรูต้องไปแก้กับภิกษุในวัด
ถ้าฝันว่าเห็นไฟไหม้ ทำนายว่าจะเดือดเนื้อร้อนใจต้องไปแก้กับน้ำ หรือเอาน้ำในแม่น้ำลำคลองล้างหน้าตนเอง ในตอนตื่นนอนแต่เช้ามืด แล้วกล่าวขอพรจากพระแม่คงคา ให้ช่วยคุ้มครองปกป้องอันตราย
ถ้าฝันว่าเต้นรำ หรือร้องรำ จะเสียของรักต้องไปแก้ฝันที่ใต้ถุนเรือน บอกกล่าวกับผีเหย้าผีเรือน
ถ้าฝันว่า ได้หมู หรือขี่หมู จะเดือดร้อน ต้องไปแก้ฝันกลางแม่น้ำหรือลำคลอง
ถ้าฝันว่า ใส่แว่นตา จะผิดหวังในการงานต่างๆ ต้องไปแก้ฝันกับคนชั้นครูบาอาจารย์ หรือผู้มีความรู้สูง
ถ้าฝันว่า ตกส้วมอุจจาระ มีแต่ขี้อย่างเดียว ทายว่าจะเสียชื่อเสียง ต้องไปแก้ฝันบนกลางสะพาน
ถ้าฝันว่า ได้เงินทอง ทายว่า จะเดือดร้อนเรื่องการเงิน ต้องไปโปรยข้าวลงกลางดิน เรียกไก่หรือหมูหมามากินเสียก่อน แล้วจึงแก้ฝัน
ถ้าฝันว่า ตกเหว,ตกบ่อ ทำนายว่าฝันร้าย ต้องนอนคว่ำหน้าเอาคางเกยธรณีประตูแล้วแก้ฝัน
ถ้าฝันว่าขี่ม้า หรือวัวควาย แล้วตกจากหลังม้าหรือวัวควาย ทายว่าจะเดือดร้อน ต้องไปแก้ฝันตรงกลางสามแยก หรือสี่แยก โดยหันหน้าไปทางทิศตะวันออกแล้วแก้ฝัน
ถ้าฝันว่า ว่ายน้ำข้ามฝั่งไม่สำเร็จ ทายว่าจะลำบากหรือผิดหวัง ต้องไปแก้ฝันกับพระพุทธรูป หรือพระบูชา
ถ้าฝันว่า นั่งเรือไปแล้วเรือล่ม จะได้รับเคราะห์หนักต้องไปแก้ฝันใต้ต้นไม้ใหญ่ๆ
ถ้าฝันว่า มีเด็กอื่นมาดูดนมเรา ทายว่าจะได้รับการเจ็บป่วย ต้องไปแก้ฝันกับคนสูงอายุ หรือญาติผู้ใหญ่ในบ้าน
ถ้าฝันว่า เดินเข้าไปในถ้ำมืด จะทะเลาะวิวาทหรือเสียคนรัก ต้องไปแก้ฝันกับพระอาทิตย์ หรือกลางแดด
ถ้าฝันว่ากระโดดจากทีสูงลงมาที่ต่ำ ทายว่า จะเสียผลงานต้องไปแก้ฝันกับเสาเรือนในบ้าน หรือเสาวิหารโบสถ์
ถ้าฝันว่า ได้ดมกลิ่นหอมของดอกไม้ จะมีอันตรายต้องแก้ฝันบนที่นอน
ถ้าฝันว่า ถูกโซ่รัดคอหรือคล้องคอ จะได้รับเคราะห์ต้องไปแก้ฝันกับแม่ธรณีประตู
ถ้าฝันว่าลุยโคลน หรือ ย่ำโคลน ทายว่าจะไม่สบายต้องไปแก้ฝันกับต้นไม้ใหญ่ๆ
ที่ยกกล่าวมานี้ เป็นเพียงเคล็ดหรือวิธีการแก้ฝัน ตามคำบอกเล่า ของคนแก่คนเฒ่าสูงอายุในสมัยก่อนๆ ตกทอดกันมา จะถือเป็นเรื่องจริงจังหรือไม่ก็ตาม ก็ขอให้อยู่ในการพิจารณาของท่าน แต่วิธีที่ดีที่สุด คือการแก้ฝันด้วยการสวดมนต์ภาวนา ระลึกถึง คุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือสวดตามบทสวดมนต์แก้ฝัน ดังที่กล่าวมาแล้ว

สีประจำวันที่ถูกโฉลก

สีประจำวันเกิด


         การใช้สีถูกโฉลกประจำวันสำหรับแต่งกาย รวมทั้งพระเครื่อง เครื่องประดับต่างๆ สี วัตถุธาตุและอัญมณีประจำวันต่างๆ ในสัปดาห์ ซึ่งไม่เกี่ยวกับสีประจำวันเกิดของตน สีมงคลเพื่อต้องการออกไปหาลาภ ติดต่องาน เพื่อหวังความสุขความเจริญ ฯลฯ ในช่วงเวลาที่ดวงดี หรืออาจช่วยลดผลร้ายในช่วงที่ดวงไม่ดี และควรใช้ร่วมกับ วันนุ่งผ้าใหม่ วันตัดผมวันตัดเล็บวันสระผม และ วันทาน้ำมัน มีดังนี้

วันอาทิตย์ สีแดงสด สีเขียว อัญมณีทับทิม มรกต ธาตุทองคำ ปรอท ส่วนที่ต้องห้ามเด็ดขาดประจำวันนี้คือ สีฟ้า อัญมณีเพ็ชร ธาตุทองแดง

วันจันทร์ สีขาวนวล สีเหลืองอ่อน สีดำ อัญมณีไข่มุกข์ นิล ธาตุเงิน ตะกั่ว ส่วนที่ต้องห้ามเด็ดขาดประจำวันนี้คือ สีแดงสด อัญมณีทับทิม ธาตุทองคำ

วันอังคาร สีแดงแก่ (แดงเลือดนก) สีชมพู สีเหลืองแก่สีส้ม อัญมณีโกเมนทร์ บุษราคัม ธาตุเหล็ก สังกะสี ส่วนที่ต้องห้ามเด็ดขาดประจำวันนี้คือ สีขาวนวล สีเหลืองอ่อน อัญมณีไข่มุกข์ ธาตุเงิน

วันพุธกลางวัน สีเขียวใบไม้ สีทองสัมฤทธิ์ สีม่วงเม็ดมะปรางค์ อัญมณีมรกต โมรา ทับทิมกินบ่อเสี้ยง ธาตุปรอท ดินและหิน ส่วนที่ต้องห้ามเด็ดขาดประจำวันนี้คือ สีแดงแก่ (แดงเลือดนก) สีชมพู อัญมณีโกเมนทร์ ธาตุเหล็ก

วันพุธกลางคืน สีทองสัมฤทธิ์ สีม่วงเม็ดมะปรางค์ สีขาวนวล สีเหลืองอ่อน อัญมณีโมรา ทับทิมกินบ่อเสี้ยง ไข่มุกข์ ธาตุเงิน ดินและหิน ส่วนที่ต้องห้ามเด็ดขาดประจำวันนี้คือ สีเหลืองแก่ สีส้ม อัญมณีบุษราคัม ธาตุสังกะสี

วันพฤหัส สีเหลืองแก่ สีส้ม สีแดงสด อัญมณี บุษราคัม ทับทิม ธาตุสังกะสี ทองคำ ส่วนที่ต้องห้ามเด็ดขาดประจำวันนี้คือ สีดำ อัญมณีนิล ธาตุตะกั่ว

วันศุกร์ สีฟ้า สีแดงแก่ (แดงเลือดนก) สีชมพู อัญมณีเพ็ชร โกเมนทร์ ธาตุทองแดง เหล็ก ส่วนที่ต้องห้ามเด็ดขาดประจำวันนี้คือ สีทองสัมฤทธิ์ สีม่วงเม็ดมะปรางค์ อัญมณีโมรา ทับทิมกินบ่อเสี้ยง ธาตุดินและหิน

วันเสาร์ สีดำ สีฟ้า อัญมณีนิล เพ็ชร ธาตุตะกั่ว ทองแดง ส่วนที่ต้องห้ามเด็ดขาดประจำวันนี้คือ สีเขียวใบไม้ อัญมณีมรกต ธาตุปรอท

แนะนำวันสระผม

สระผมวันไหนดี

สระผม      วันอาทิตย์      จะมีอายุยืน
สระผม      วันจันทร์        จะมีแต่โชคลาภ ร่ำรวยเงินทอง
สระผม      วันอังคาร       จะชนะศัตรู
สระผม      วันพุธ            ไม่ดี จะเป็นความ หรือถูกใส่ร้ายป้ายสี
สระผม      วันพฤหัสบดี  ดีมาก และเทวดาจะรักษา เป็นสิริสวัสดิ์กับตัวท่านเอง
สระผม      วันศุกร์           ดี จะอยู่เย็นเป็นสุข
สระผม      วันเสาร์          ดีมาก ทำสิ่งใดคิดสิ่งใดก็จะประสบความสำเร็จ
การทำความดีไม่ใช่หวังวัตถุ แต่ความดีเกิดจากความบริสุทธิ์จากตัวเราเอง คิดดี พูดดี และทำดี