วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

การไหว้เจ้าที่ในวันตรุษจีน

การไหว้เจ้าที่ในวันตรุษจีน

          การไหว้เจ้าเป็นธรรมเนียมประเพณีที่ลูกหลานจีนปฏิบัติสืบทอดกันมา ตามความเชื่อที่จะต้องไหว้เจ้าที่ และไหว้บรรพบุรุษ เพื่อให้เป็นสิริมงคล และนำมาซึ่งความสุข ความเจริญแก่ครอบครัว 
          ในปีหนึ่งมีการไหว้เจ้า 8 ครั้ง เรียกว่า โป๊ยโจ่ย แปลว่า 8 เทศกาล ดังนี้
 ไหว้เดือน 1 วันที่ 1 (เป็นการกำหนดวันทางจันทรคติของจีน) คือ ตรุษจีน เรียกว่า ง่วงตั้งโจ่ย

 ไหว้เดือน 1 วันที่ 15 เรียกว่า ง่วงเซียวโจ่ย

 ไหว้เดือน 3 วันที่ 4 เรียกว่า ไหว้เช็งเม้ง เป็นประเพณีที่ลูกหลานไปไหว้บรรพบุรุษที่ฮวงซุ้ย

 ไหว้เดือน 5 วันที่ 5 เรียกว่า โหงวเหว่ยโจ่ย เป็นเทศกาลไหว้ขนมจ้าง

 ไหว้เดือน 7 วันที่ 15 คือ ไหว้สารทจีน เรียกว่า ตงง้วงโจ่ย

 ไหว้เดือน 8 วันที่ 15 เรียกว่า ตงชิวโจ่ย ที่คนทั่วไปรู้จักกันดีว่า ไหว้พระจันทร์

 ไหว้เดือน 11 ไม่กำหนดวันแน่นอน เรียกว่า ไหว้ตังโจ่ย

 ไหว้เดือน 12 วันสิ้นปี เรียกว่า ไหว้สิ้นปี หรือ ก๊วยนี้โจ่ย  

          นอกจากนี้บางบ้านยังมีการไหว้พิเศษ คือ การไหว้เทพยดาที่ตนเองเคารพนับถือ เช่น

 ไหว้เทพยดาฟ้าดิน เช่น การไหว้วันเกิดเทพยดา ฟ้าดิน เรียกว่า ทีกงแซ หรือ ทีตี่แซ ตรงกับวันที่ 9 เดือน 1 ของจีน

 ไหว้อาเนี๊ยแซ คือ ไหว้วันเกิดเจ้าแม่กวนอิม ปีหนึ่งมี 3 ครั้ง คือวันที่ 19 เดือน 2 วันที่ 19 เดือน 6 และวันที่ 19 เดือน 9

 ไหว้แป๊ะกงแซ ตรงกับวันที่ 14 เดือน 3

 ไหว้เทพยดาผืนดิน คือ ไหว้โท้วตี่ซิ้ง ตรงกับวันที่ 29 เดือน 3

 ไหว้อาพั๊ว คือ การไหว้วันเกิดอาพั๊ว หรืออาพั๊วแซ ซึ่งอาพั๊ว หมายถึง พ่อซื้อแม่ซื้อผู้คุ้มครองเด็ก ตรงกับวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี

 ไหว้เจ้าเตา คือ ไหว้วันที่ 24 เดือน 12 เรียกว่า ไหว้เจ๊าซิ้ง


ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือวันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว
    1. วันจ่าย คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหารผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ในตอนค่ำจะมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ (地主爺 / 地主爷 ตี่จู้เอี๊ย) ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้ว   
 2. วันไหว้          ตอนเช้ามืดจะไหว้ "ป้ายเล่าเอี๊ย" (拜老爺 / 拜老爷) เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์สามอย่าง (ซาแซ ซำเช้ง) ได้แก่ หมู เป็ด ไก่ หรือเพิ่มตับ ปลา เป็นเนื้อสัตว์ห้าอย่าง (โหงวแซ) เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง
          ตอนสาย จะไหว้ "ป้ายแป๋บ้อ" (拜父母) คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว
          ตอนบ่าย จะไหว้ "ป้ายฮ่อเฮียตี๋" (拜好兄弟) เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเพื่อเป็นสิริมงคล
    3. วันเที่ยว หรือ วันถือ คือวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันที่หนึ่ง (初一 ชิวอิก) ของเดือนที่หนึ่งของปี วันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบันคือ "ป้ายเจีย" เป็นการไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะส้มออกเสียงภาษาแต้จิ๋วว่า "กิก" หรือ ภาษาฮกเกี้ยน "ก้าม"(橘) ซึ่งไปพ้องกับคำว่าความสุขหรือโชคลาภ (吉) เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำความสุขหรือโชคลาภไปให้ จะมอบส้มจำนวน 4 ผล ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าของผู้ชาย เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือคือ เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป จะมีคติถือบางอย่าง เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่แล้วออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน เป็นต้น

 ประเพณีปฏิบัติ
         สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของตรุษจีน คือ อั่งเปา (ซองแดง) คือ ซองใส่เงินที่ผู้ใหญ่แล้วจะมอบให้ผู้น้อย และมีการแลกเปลี่ยนกันเอง หรือ หรือจะใช้คำว่า แต๊ะเอีย (ผูกเอว) ที่มาคือในสมัยก่อน เหรียญจะมีรูตรงกลาง ผู้ใหญ่จะร้อยด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็ก ๆ ซึ่งจะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว
คำอวยพร
          ในตรุษจีน ชาวจีนจะกล่าวคำ ห่ออ่วย หรือคำอวยพรภาษาจีนให้กัน หรือมีการติดห่ออ่วยไว้ตามสถานที่ต่างๆ คำที่นิยมใช้กัน ได้แก่
  • 新年快樂 / 新年快乐 (จีนกลาง: ซินเหนียนไคว่เล่อ) นิยมใช้ในประเทศจีน
  • 過年好 / 过年好 (จีนกลาง: กั้วเหนียนห่าว) ใช้โดยชนพื้นเมืองทางภาคเหนือของประเทศจีน วลีนี้ยังหมายถึงวันที่หนึ่งถึงวันที่ห้าของปีใหม่ด้วย
  • 新正如意 新年發財 / 新正如意 新年发财 (แต้จิ๋ว: ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ จีนกลาง: ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาฉาย ฮกเกี้ยน:ซินเจี่ยหยู่ลี่ ซินเหนี๋ยนฮวดจ๋าย) แปลว่า ขอให้ประสบโชคดี ขอให้มั่งมีปีใหม่
  • 大吉大利 (ฮกเกี้ยน:ตั่วเก็ตตั่วลี่ ) แปลว่า ความมงคลอันยิ่งใหญ่ หรือ ค่าขายได้กำไร
  • 招财进宝 (ฮกเกี้ยน:จ่ายหงวนก้องกิม ) แปลว่า เงินทองไหลมา
  • 金玉满堂 (ฮกเกี้ยน:กิ้มหยกมมั่วต๋อง ) แปลว่า ทองหยกเต็มบ้าน
  • 万事如意 (ฮกเกี้ยน:บ่านสู่หยู่อี่ ) แปลว่า ทุกเรื่องสมปรารถนา
  • 福壽萬萬年 / 福寿万万年 (ฮกเกี้ยน:ฮกซิ่วบันบั่นนี่ จีนกลาง: ฝูเชี่ยวหวันวันเลี่ยน ) แปลว่า อายุยืนพันๆปี
  • เกียโฮ่ซินนี้ ซินนี้ตั้วถั่น แปลว่า สวัสดีปีใหม่ ขอให้ร่ำรวยๆ อีกฝ่ายก็จะกล่าวตอบว่า ตั่งตังยู่อี่ แปลว่า ขอให้สุขสมหวังเช่นกัน
  • ตั๋วถั่นฉี่ ในภาษาฮกเกี้ยน แปลว่า ร่ำรวยไม่เสื่อมคลาย
  • โฮ่อุ๊นคิ ในภาษาฮกเกี้ยน แปลว่า ทุกความสมหวังเป็นจริง
  • เป๋งอิ่วเตียวคิ ในภาษาฮกเกี้ยน แปลว่า เพื่อนมิตรมีสุข
  • หลายโฮ่ไซ่ ในภาษาฮกเกี้ยน แปลว่า ความดีเข้ามา

ประวัติวันตรุษจีน

ตรุษจีนในภาษาจีน
 ตรุษจีน หรือ เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ (ตัวเต็ม: 春節, ตัวย่อ: 春节, พินอิน: Chūnjíe ชุนจีเหย๋) หรือ ขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ (ตัวเต็ม: 農曆新年, ตัวย่อ: 农历新年, พินอิน: Nónglì Xīnnián หนงลี่ ซินเหนียน) และยังรู้จักกันในนาม วันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีของชาวจีนในจีนแผ่นดินใหญ่ และชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลก เทศกาลนี้เริ่มต้นในวันที่ 1 เดือน 1 ของปีตามจันทรคติ (正月 พินอิน: zhèng yuè เจิ้งยวี่เย่) และสิ้นสุดในวันที่ 15 ซึ่งจะเป็นเทศกาลประดับโคมไฟ (ตัวเต็ม: 元宵節, ตัวย่อ: 元宵节, พินอิน: yuán xiāo jié หยวนเซียวจีเหย๋) 
          คืนก่อนวันตรุษจีน ตามภาษาจีนกลางเรียกว่า 除夕 (พินอิน: Chúxì ฉูซี่) หมายถึงการผลัดเปลี่ยนยามค่ำคืน และคืนนี้จะเป็นวันสุดท้ายของปีนั่นเอง ซึ่งเป็นคืนที่ครึกครื้นที่สุด ใครที่ไปทำงานห่างจากบ้านเกิด ต่างก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะกลับมาฉลองวันปีใหม่ที่บ้าน ตอนกินอาหารมื้อค่ำ คืนก่อนขึ้นปีใหม่จีน ทุกคนในครอบครัวต่างนั่งกันพร้อมหน้าล้อมโต๊ะอาหาร ต่างชนแก้วอวยพรปีใหม่กัน ทานมื้อค่ำเรียบร้อยแล้ว บางคนก็ดูทีวี บางคนก็ฟังเพลง บางคนก็นั่งคุยกัน บางคนก็เล่นหยอกล้อกับเด็กๆ บ้านเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ 

          พอถึงเที่ยงคืน คนจีนทางเหนือก็จะเริ่มทำเกี๊ยว (เจี้ยวจึ) คนจีนทางใต้ ก็จะปั้นลูกอี๋ทำน้ำเชื่อม ทำไป ชิมไปทานไป ครึกครื้นอย่างยิ่ง เช้าวันรุ่งขึ้นแต่เช้า ทุกคนจะตื่นแต่เช้า เยี่ยมเพื่อนบ้าน เพื่อนฝูงอวยพรปีใหม่


ประวัติวันตรุษจีน

ตรุษจีน เป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของจีน เพราะชาวจีนถือว่า วันตรุษจีน คือวันขึ้นปีใหม่ตามปฎิทินจีน เช่นเดียวกับสงกรานต์วันปีใหม่ไทย ดังนั้นชาวจีนจึงให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้เป็นอย่างยิ่ง และมีการเฉลิมฉลองทั่วโลกโดยเฉพาะชุมชนขนาดใหญ่ของคนเชื้อสายจีน ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็จะมีพิธีเฉลิมฉลองแตกต่างกันไป          สำหรับที่มาของ วันตรุษจีน นั้น เชื่อกันว่าประเพณีนี้มีมานานกว่าสี่พันปีแล้ว จัดขึ้นเพื่อฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เดิมที่ไม่ได้เรียกว่าเทศกาลตรุษจีน แต่มีชื่อเรียกต่างกันตามยุคสมัย นั่นคือเมื่อ 2100 ปีก่อนคริสตศักราชจะเรียกว่า "ซุ่ย" ซึ่งมีความหมายถึงการโคจรครบหนึ่งรอบของดาวจูปิเตอร์ จนกระทั่งต่อมาในยุค 1000 กว่าปีก่อนคริสตศักราช เทศกาลตรุษจีนจะถูกเรียกว่า "เหนียน" หมายถึงการเก็บเกี่ยวได้ผลอุดมสมบูรณ์นั่นเอง

          นอกจากนี้ วันตรุษจีน ยังมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันชุงเจ๋" ซึ่งหมายถึงเทศกาลดูใบไม้ผลิ หรือขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ เพราะช่วงก่อนตรุษจีนนั้นตรงกับฤดูหนาว ไม่สามารถทำการเกษตรได้ ดังนั้นเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิที่มีอากาศเหมาะสมแก่การเพาะปลูก ชาวจีนจึงสามารถทำนา ทำสวน ได้อีกครั้งหลังจากผ่านพ้นฤดูหนาวมานั่นเอง

         
ส่วนการกำหนด วันตรุษจีน นั้น ตามประเพณีเทศกาลตรุษจีนจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้ายตามปฏิทินจันทรคติของจีน และถือว่าคืนวันที่ 30 เดือน 12 เป็นวันส่งท้ายปีเก่า ส่วนวันที่ 1 เดือน 1 คือวันชิวอิก หมายถึงวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ          การเตรียมงานเพื่อการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนนั้น จะเริ่มขึ้นตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อน วันตรุษจีน (คล้ายกับวัน คริสต์มาสของประเทศตะวันตก) โดยผู้คนจะเริ่มซื้อข้าวของต่างๆ เพื่อประดับตกแต่งบ้านเรือน และเตรียมทำความสะอาดครั้งใหญ่ ตั้งแต่ชั้นบนลงชั้นล่าง เนื่องจากมีความเชื่อว่าจะเป็นการปัดกวาดสิ่งที่ไม่ดีออกไป ภายในบ้านทั้งประตู หน้าต่าง จะประดับประดาไปด้วยสีแดง และกระดาษสีแดงที่มีคำอวยพรให้อายุยืน ร่ำรวย อยู่ดีมีสุข ฯลฯ

          จากนั้นครอบครัวจะร่วมรับประทานอาหารที่ล้วนแต่มีความหมายมงคลทั้งสิ้น เช่น กุ้งจะหมายถึงชีวิตที่รุ่งเรืองและความสุข เป๋าฮื้อแห้งหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี สลัดปลาสดจะนำมาซึ่งความโชคดี จี้ไช่ (ผมเทวดา) สาหร่าย จะนำความร่ำรวยมาให้ และขนมต้ม (Jiaozi) หมายถึงบรรพชนอวยพร หลังจากทานอาหารค่ำแล้ว ทุกคนในครอบครัวจะนั่งกันจนเช้าเพื่อรอวันใหม่โดยการเล่นเกม เล่นไพ่ หรือดูรายการทีวีที่เกี่ยวกับ วันตรุษจีน และในวันนี้จะต้องไม่โกรธ ริษยา หรือ ไม่พอใจ เพื่อเป็นสิริมงคลที่ดีสำหรับปีที่กำลังจะมาถึง

 นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของ วันตรุษจีน คือ "อั่งเปา" ซึ่งมีความหมายว่า "กระเป๋าแดง" หรือจะใช้คำว่า "แต๊ะเอีย" ซึ่งมีความหมายว่า "ผูกเอว" จากที่คนสมัยก่อนชอบร้อยเงินเป็นพวงผูกไว้ที่เอว โดยการให้อั่งเปานี้ คู่แต่งงานจะให้เงินเด็กๆ และผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานในซองสีแดง หลังจากนั้นทุกคน ในครอบครัว จะออกมาจากบ้านเพื่อกล่าวสวัสดีปีใหม่ในหมู่ญาติ และด้วยเพื่อนบ้าน ซึ่งคงคล้ายกับการที่ชาวตะวันตกพูดว่า "Let bygones be bygones" (อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป)  

วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2554

มาทายนิสัยจากการจับมือ

คุณรู้มั๊ยคะว่าเวลาที่คนรักกันเขาจับมือกันนั้น สามารถทายนิสัย จากลักษณะการ จับมือ ได้ด้วยนะคะ ความรัก บางทีก็ดูยาก เดาไม่ออก แต่ถ้าได้สัมผัส ความรัก ด้วยการ จับมือ ก็บอกอะไรเราได้หลายๆ อย่างเลยนะจะบอกให้


บีบมือแน่นมาก
คนที่บีบมือของอีกฝ่ายจนรู้สึกได้ว่าจับแน่นมากนั้น บอกถึงนิสัยที่เป็นคนมีพลังสูง และมีความเชื่อมั่นในตัวเองเยอะมากว่าสามารถทำงานทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงได้ มีลักษณะของการเป็นผู้นำ และถ้าคนจับมือแบบนี้เป็นผู้ชาย บอกให้รู้ว่าเขาเป็นคนที่ต้องการมีอำนาจเหนือคนอื่น และต้องการให้คนอื่นรู้สึกประทับใจตัวเอง แต่ว่าเป็นคนที่ขาด อารมณ์ศิลปะ ไร้รายละเอียด และไม่ค่อยให้ค่าความสำคัญกับคนอื่นนัก
บีบนาน
อุปนิสัยของคนที่มักจับมือผู้อื่นบีบเสียนานนี้ โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นคนเจ้าชู้อยู่สักหน่อย ชอบการมีความรักและชอบการได้อยู่ชิดใกล้กับคนที่ตนรัก ต้องการความรัก ความอบอุ่นและความสนใจมากเป็นพิเศษ  และมีความเป็นเพื่อนที่ดีต่อคนที่คบหา แต่ถ้าเป็นผู้ชาย ออกจะเป็นคนที่หึงหวง และถือสิทธิในสิ่งที่ตนเป็นเจ้าของ
บีบเบา ๆ
คนที่เวลาจับมือแล้วบีบมืออีกฝ่ายเบาๆ เหมือนไม่กล้า จับมือของอีกฝ่าย อุปนิสัยโดยทั่วไปมักจะเป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตแบบง่ายๆ และสบายๆ ไม่ต้องเคร่งเครียดกับ อะไรมากนัก จะหลีกเลี่ยงภาระทุกอย่างที่ต้องรับผิดชอบ  นอกจากนี้ ยังเป็นคนที่มีลักษณะของการ “ตามน้ำ” ปล่อยโชคชะตาให้ขึ้นอยู่กับคนที่เหนือกว่า มักเป็นผู้ตามมากกว่า เป็นผู้นำ ในด้านการทำงานจึงมักจะเป็นผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จนัก
บีบด้วยน้ำหนักพอดี ๆ
ถ้าน้ำหนักจังหวะในการจับมือของคนๆ นั้น ไม่แน่นไม่เบา แต่กำลังพอดีๆ และในขณะจับมือนั้น ก็มองตาอีกฝ่ายเขาไปด้วย แสดงถึงนิสัยที่เป็นคนจริงใจและตรงไป ตรงมา เป็นคนมีเหตุผล และให้คำปรึกษาที่ดีแก่คนที่ต้องการ เวลาเกิดเหตุการณ์วิกฤตจะเป็นคนที่สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ดี และถ้าคนจับเป็นผู้ชาย แสดงว่าหนุ่มคนนี้ เป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูง เป็นคนที่สามารถไว้ใจได้
จับสองมือ
สำหรับคนที่ใช้มือทั้งสองมือจับมือของอีกฝ่ายนั้น แสดงถึงนิสัยที่เป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดี ชอบการหยิบยืนมิตรภาพให้ผู้อื่น จึงมีเพื่อนมากแล้วก็ยังเป็นคนที่มีความ กระตือรือร้นสูง ใครได้อยู่ด้วยจะรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวา แต่จะไม่ชอบความเป็นทางการ เมื่อชอบใครจะแสดงออกมาอย่างเปิดเผย ซึ่งถ้าเป็นผู้ชายที่มาจับมือผู้หญิงแบบนี้ แสดงให้รู้ว่าเขาต้องการคุ้มครองดูแลเอาใจใส่อีกฝ่าย เป็นท่าทีที่แสดงออกถึงความจริงใจ แต่จะเป็นคนอ่อนไหว
ใช้ปลายนิ้วสัมผัส
สำหรับคนที่ใช้แต่เพียงปลายนิ้วสัมผัสอีกฝ่ายเพียงเบาๆ นั้น แสดงถึงนิสัยที่เป็นคนอ่อนไหวง่าย มีอารมณ์ละเอียดอ่อน และต้องการความรักความอบอุ่นสูง แต่เป็นคน ใจคอกว้างขวาง มักจะเสียสละเพื่อคนอื่น และในกรณีที่เป็นผู้ชาย แสดงว่าเป็นคนที่อ่อนแอ ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง คาดหวังอะไรไม่ค่อยได้ เกิดมาเพื่อจะเป็นผู้ตามเท่านั้น
จับมือเขย่า
คนที่มักจับมืออีกฝ่ายเขย่านั้น นิสัยมักเป็นคนกระตือรือร้น มีอารมณ์ขัน สนุกสนาน มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ผู้คนมักมาสนิทสนมและไว้วางใจ  เพราะจะมีท่าทางเป็นคนเปิดเผย อารมณ์ดี มีชีวิตชีวา ในขณะเดียวกันก็จะมีความอดทนสูง ชอบช่วยเหลือแก้ปัญหาให้คนอื่น ในกรณีที่เป็นผู้ชายและจับมือกับเพศตรงข้าม เช่นนี้ แสดงว่าเขาเป็นคนที่ต้องการความอบอุ่นไม่ชอบความอ้างว้าง
ไม่จับมือเลย
สำหรับผู้ที่ไม่ชอบจับมือใครเลยนั้น จะมีนิสัยเป็นคนที่อนุรักษ์นิยม ไม่ชอบความเปลี่ยนแปลง รักความสันโดษคล้ายๆ กับว่าจะเป็นคนขี้อายแต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย เป็นคนจริงจังและซื่อสัตย์ ไว้วางใจคนง่าย เมื่อคบหา ใครเป็นเพื่อน ก็หมายความว่าเป็นเพื่อนแท้หรือเพื่อนตายกันไปเลย สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง เป็นคนไม่ค่อยระวังตัวนัก อาจโดนหลอกได้ง่ายๆ
ได้รับข้อมูลกันไปแล้วก็ลองมาสังเกตกันดูค่ะว่าคนรักของคุณชอบจับมือคุณแบบไหนจะได้เดาใจเค้าได้ถูกไงคะ
อาจารย์เทวีโชค

วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติลำคลองงู
อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
ผจญภัยในเถื่อนถ้ำ พิสูจน์เสาหินสูงที่สุดในโลก สโมสรโรตารี่ทองผาภูมิได้เสนอให้กรมป่าไม้ จัดตั้งพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระฤาษีบ่อแร่แปลง 2 อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่ประมาณ 300,000 ไร่ เป็นอุทยานแห่งชาติ เนื่องจากมีสภาพพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีทิวทัศน์จุดเด่นทางธรรมชาติสวยงาม
กรมป่าไม้ได้พิจารณาแล้ว เพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ และแหล่งต้นน้ำลำธารตามนโยบายของรัฐบาล จึงให้นายศราวุธ เมืองพระ เจ้าพนักงานป่าไม้ 5 ตำแหน่งเลขที่ 2237 ทำหน้าที่หัวหน้าวนอุทยานพุม่วง และวนอุทยานพระแท่นดงรัง ไปดำเนินการสำรวจข้อมูลเพิ่มเติม และจัดตั้งพื้นที่ป่าดังกล่าวในท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 และให้นายปรีชา ภู่ระหงษ์ เจ้าพนักงานป่าไม้ 5 ตำแหน่งเลขที่ 2225 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไปปฏิบัติงานทำหน้าที่หัวหน้าวนอุทยานพุม่วง และวนอุทยานพระแท่นดงรัง ทั้งนี้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 อนุญาตให้นักวิชาการป่าไม้ เจ้าหน้าที่บริหารงานป่าไม้ เจ้าพนักงานป่าไม้ ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่และทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาตินี้ตามคำสั่งกรมป่าไม้ มีอำนาจกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อประโยชน์ในการควบคุม ดูแลรักษาหรือบำรุงป่าสงวนแห่งชาติได้
ต่อมาอุทยานแห่งชาติลำคลองงู ได้มีหนังสือ ที่ กษ 0712.444/56 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2543 จัดส่งข้อมูลเพื่อนำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ และให้ดำเนินการกันพื้นที่ที่จะส่งผลกระทบต่อการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเพื่อเป็นไปไม่ให้ขัดกับพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ออกจากพื้นที่เตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำคลองงู
ผืนป่าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู มีความอุดมสมบูรณ์มากเป็นเพราะที่ตั้งอุทยานแห่งชาติแห่งนี้อยู่ในบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ดังนั้นจึงมีความหลากหลายทางด้านพรรณพืชและสัตว์ป่า เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจและศึกษาหาความรู้ นอกจากนี้ยังมีเสาเขาหินปูนที่สูงที่สุดในโลกโดยมีความสูงประมาณ 62.5 เมตร ซึ่งเป็นต้นน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ มีเนื้อที่ 375,000 ไร่ หรือ 600 ตารางกิโลเมตร ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ ได้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2543 ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติได้

ลักษณะภูมิประเทศ
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนแนวเขาวางตัวในทิศเหนือ–ใต้เป็นส่วนใหญ่ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี ความสูงของพื้นที่จากระดับน้ำทะเลประมาณ 100 – 1,000 เมตร ยอดเขาที่สำคัญได้แก่ ยอดเขาบ่องาม

ลักษณะภูมิอากาศ
เป็นแบบมรสุมเขตร้อน โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในฤดูร้อนและลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในฤดูหนาว สภาพพื้นที่เป็นหุบเขาสลับซับซ้อนจึงทำให้มีอากาศร้อนจัดในฤดูร้อน และหนาวจัดในฤดูหนาว แบ่งได้เป็น 3 ฤดูได้แก่ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง เดือนพฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึง เดือนตุลาคม ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนกุมภาพันธ์ ลักษณะท้องฟ้าจะมีเมฆมากในราวเดือนมิถุนายน ถึง เดือนกันยายน และมีเมฆน้อยในเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนเมษายน

พืชพรรณและสัตว์ป่า
สภาพป่าโดยทั่วไปของอุทยานแห่งชาติลำคลองงูยังคงมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
ป่าเบญจพรรณแล้งสูงผสมไผ่ พบมากในพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนและตอนปลายของห้วยลำคลองงู ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 300 เมตรขึ้นไป มีไผ่ 2-3 ชนิด ขึ้นปะปนอยู่ค่อนข้างหนาแน่น ส่วนระดับความสูงกว่า 500 เมตร มีไม้ไผ่ขึ้นปะปนค่อนข้างเบาบาง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ประดู่ มะค่าโมง จำปีป่า จำปาป่า ก่อ กระพี้เขาควาย ตะแบก มะเกลือ กาสามปีก ไผ่หก และไผ่รวก เป็นต้น
ป่าเบญจพรรณแล้งต่ำผสมไผ่ พบขึ้นปกคลุมพื้นที่บริเวณที่มีความสูงน้อยกว่า 300 เมตรจากระดับน้ำทะเลลงมา มีไผ่ 2-3 ชนิด ขึ้นปะปนค่อนข้างหนาแน่น

ป่าดิบแล้ง พบบริเวณลำห้วยต่างๆ และตามหุบเขาที่มีความชันมาก ในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500-700 เมตร พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ยาง กระบก กระบาก สมพง มะไฟป่า ชมพู่น้ำ ฯลฯ พืชชั้นล่างได้แก่ เต่าร้าง หวาย และพืชในวงศ์ขิงข่า

พื้นที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงู เป็นป่าผืนเดียวกันกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จึงมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุม ปัจจุบันสัตว์ป่ามีจำนวนลดลงเนื่องจากถูกราษฎรในพื้นที่แผ้วถางป่าอันเป็นแหล่งอาศัยและทำลายอย่างหนัก สัตว์ป่าบางส่วนจึงอพยพหนีเข้าไปอาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร แต่ก็ยังมีการอพยพย้ายถิ่นที่อยู่และเข้ามาหากินในพื้นที่อยู่เสมอ เท่าที่สำรวจพบและสอบถามจากราษฎรในพื้นที่ได้แก่ เลียงผา ช้างป่า เก้ง กวางป่า หมูป่า หมีควาย เสือลายเมฆ เสือโคร่ง กระจง ลิง ค่าง ชะนี อีเห็น กระรอก กระแต ชะมด หนู นกเงือก พบบริเวณเทือกเขาต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม และยังพบนกนางแอ่นลมอาศัยกันอยู่เป็นจำนวนมากบริเวณถ้ำคลองงูตอนกลาง

นอกจากนี้ยังมีนกเขาเหยี่ยว นกฮูก นกเค้าแมว นกกระปูด นกปรอด นกกางเขน นกขุนทอง นกแซงแซว นกตะขาบ นกหัวขวาน นกขมิ้น นกกวัก ไก่ป่า ไก่ฟ้า งู ตะกวด ลิ่น ตุ๊กแกป่า กิ้งก่าบิน กิ้งก่าแก้ว จิ้งเหลน ตะขาบ ตะพาบ น้ำ กบ เขียด คางคก ปาด อึ่งอ่าง จงโคร่ง ปลาเวียน ปลากระทิง และปลาก้าง เป็นต้น
น้ำตกนางครวญ ชั้นที่3
บริเวณที่กางเต้นท์
ลำธานบริเวณที่กางเต้นท์
ล้างจานตรงนี้เลย
ที่กางเต้นท์
กำลังเดินทางไปดูน้ำตก
ลานน้ำตกระหว่างทาง
ไต่ไปตามสายน้ำตก
น้ำตกชั้นที่3
น้ำเย็นมากระหว่างเดิน
ใกล้ถึงจุดหมายน้ำตกชั้นที่3
บริเวณนนี้ก็สวย
กำลังปีนขากลับ



วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553

นักล่ามนุษย์ต่างดาว บุกฝรั่งเศส


นักล่ามนุษย์ต่างดาว บุกฝรั่งเศส เชื่อเป็นแหล่งกบดาน ของพวกเอเลี่ยน
Mthai news: เว็บไซต์ข่าวเดลี่เมล์ รายงานว่า ที่เมืองบูการัช (Bugarach) ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีประชาชนทั้งสิ้น 189 คนร้องเรียนไปยังรัฐบาล เพื่อให้ทหารเข้ามาดูแลพื้นที่
เนื่องจากมีนักล่าเอเลี่ยน หรือผู้ที่ตามหายูเอฟโอ(UFO) ที่เชื่อว่า พวกมนุษย์ต่างดาว อาศัยอยู่บนภูเขาสูง4 พันฟุต เหนือหมู่บ้าน โดยนักล่าเอเลี่ยนอ้างว่า พวกมันซ่อนตัวอยู่ที่เขาแห่งนี้ และวันที่ 21 ธันวาคม ปี2012 (21/12/2012) ซึ่งเรียกว่า “วันสิ้นโลก”  มันจะออกมายึดครองโลกตามปฏิทินของชาวมายัน และที่แห่งเดียวที่จะปลอดภัยที่สุดบนโลกนี้ก็คือ ภูเขาแห่งนี้

ผู้บริหารท้องถิ่นของเมืองดังกล่าว เล่าว่า ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา ได้มีผู้คนเดินทางมายังหมู่บ้านแห่งนี้ เพื่อค้นหามนุษย์ต่างดาว หลังจากมีการร่ำลือว่า สมาชิกรายหนึ่งในหมู่บ้านเคยบอกว่า เขาเคยได้ยินเสียงยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว แต่ตอนนี้เขาเสียชีวิตไปแล้ว

ฉะนั้น ชาวจึงขอให้รัฐบาลเข้ามาดูแลด้วย เนื่องจากขณะนี้มีบางคนหัวใสขายตั๋วเดินทางเพื่อมาเยี่ยมชมเขาบูการัช มีการทำเป็นธุรกิจ และทราบว่าจะมีคนเดินทางมาสมทบนับหมื่นคน จึงขอให้ทหารเตรียมรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ จะต้องคราคร่ำไปด้วยผู้คนที่เรียกว่า นักล่ามนุษย์ต่างดาว อาศัยอยู่

โดย Mthai news

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เคล็ดลับให้ก้าวสู่สุดยอดในเรื่องบนเตียง


เคล็ดลับให้ก้าวสู่สุดยอดในเรื่องบนเตียง

ใช้เคล็ดลับต่อไปนี้เพื่อนำทางชายหนุ่มของคุณให้ก้าวสู่สุดยอดในเรื่องบนเตียง

ใช่แล้ว คุณรักชายหนุ่มของคุณ และก็...ไม่เลย--คุณไม่ได้อยากเปลี่ยนเขาแม้แต่น้อย แต่มาพูดกันอย่างจริงใจหน่อยเถอะ มันไม่มีอะไรเลยสักอย่างเลยหรือหรือที่เขาทำ (หรือไม่ได้ทำ) ในเรื่องบนเตียง ที่คุณอยากจะแก้ไขมันสักหน่อย? ปัญหาก็คือ สิ่งสุดท้ายที่ผู้ชายต้องการก็คือ การตกเป็นหนึ่งในโครงการปรับปรุงบ้านให้ดีขึ้นของคุณ--โดยเฉพาะในเรื่องบน เตียงแบบนี้ แต่ก็ใช่ว่าคุณจะไม่สามารถทำอะไรได้เลยในเรื่องนี้ คุณก็แค่ต้องการแผนการดีๆ สักอย่างสองอย่าง เพื่อหลอกล่อให้ชายหนุ่มของคุณเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเองโดยไม่ทันรู้ตัว และนี่คือแผนการสำหรับคุณ

  โค้ชเขา
เช่นเดียวกับโค้ชทีมฟุตบอลที่กระตุ้นและแนะนำแนวทางให้ทีมของเขามุ่งสู่ชัย ชนะ เราผู้หญิงก็สามารถนำทางผู้ชายสู่ชัยชนะบนเตียงได้เช่นกัน ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือ การผลักดันเขาในแง่บวกและการคิดบวก เพราะปกติผู้ชายก็เป็นคนง่ายๆ อยู่แล้ว เขาอยากรู้ว่าสิ่งที่เขาทำเป็นยังไงบ้าง และเขาอยากให้คุณเชียร์เขาให้ได้ชัยชนะ ฉะนั้น เพื่อจูงใจชายหนุ่มของคุณในทางที่ดี ลองกระตุ้นความกระตือรือร้นของเขาด้วยการแสดงความเห็นที่ให้กำลังใจกัน อะไรที่คุณไม่ควรทำน่ะหรือ? การวิจารณ์ไงล่ะ นั่นไม่มีทางได้ผลแน่นอน เช่นเดียวกับการดูถูกเขา ลองบอกเขาว่าสิ่งไหนที่เขาทำแล้วดีจะดีกว่า--และก็เริ่มจากตรงนั้นแหละ


  ล้างสมองเขา
คนเราใช้การสะกดจิตเพื่อทำให้คนเลิกสูบบุหรี่ หรือแม้กระทั่งลดความอ้วน ฉะนั้น ทำไมไม่ลองใช้รูปแบบของมัน เพื่อปลูกฝังความคิดบางอย่างในเรื่องเซ็กซ์ลงไปในหัวของเขาดูบ้างล่ะ หลักการง่ายๆ ของการสะกดจิตก็คือ การสร้างคำพูดบางอย่างในเรื่องที่คุณต้องการ และพูดมันซ้ำๆ กันเพื่อให้มันฝังลงไปในจิตใต้สำนึก ฉะนั้น ลองเริ่มด้วยการหาว่าคุณต้องการอะไรในเรื่องเซ็กซ์ เช่น อยากให้เขาเล่นกันหน้าอกของคุณมากขึ้นในระหว่างมีเซ็กซ์ จากนั้น ก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ดี การล้างสมองเขาต้องการพลังงานในแง่บวก ไม่ใช่การระเบิดอารมณ์ใส่เขาว่า “ทำไมคุณไม่เคยจับหน้าอกฉันเลย” ซึ่งจะกลายเป็นคนละเรื่องกันทันที ขั้นต่อมาก็หำพุดหรือการกระทำบางอย่างที่จะฝังลไงปในหัวของเขา เช่น ในขณะที่ทำเรื่องอย่างว่ากันอยู่ ลองสัมผัสหน้าอกตัวเองในแบบที่คุณชอบ หรือแอ่นหน้าอกตัวเองไปเคล้าเคลียใกล้ๆ เขา พร้อมกับพูดว่า “ฉันชอบมากเลยเวลาที่คุณเล่นกับหน้าอกของฉัน” มันจะทำให้เขาเรียนรู้โดยไม่รู้ตัวว่าการสัมผัสหน้าอกของคุณเป็นเรื่องที่ดี และเมื่อเขาทำตามก็ตบท้ายว่า “ดีเหลือเกิน วันหลังเราทำแบบนี้อีกนะ” มันจะยิ่งทำให้เขาเชื่อว่าการกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่คุณรอคอย และเมื่อเขาเห็นหน้าอกคุณ เขาก็จะอยากเล่นกับมันอีก

  ให้รางวัล
นักฝึกสัตว์ใช้วิธีการง่ายๆ ในการเปลี่ยนพฤติกรรมของสุนัข นั่นก็คือการให้รางวัล และถ้าเทคนิคของพวกเขาทำให้สุนัขแก่ๆ เรียนรู้ลูกเล่นใหม่ๆ ได้ มันก็น่าจะช่วยให้ชายหนุ่มของคุณทำอะไรใหม่ๆ ได้เช่นกัน แต่คุณต้องใช้มันให้ถูกจังหวะและเวลา นั่นก็คือให้แน่ใจว่าคุณให้รางวัลชายหนุ่มของคุณทันทีที่ทำอะไรที่ถูกต้อง พูดออกไปทันทีว่า “ฉันช่างโชคดีอะไรเช่นนี้” ทันทีที่เขาทำในสิ่งที่คุณอยากให้เขาทำ หัวใจสำคัญอีกอย่างก็คือ การหยุดพูดถึงสิ่งที่คุณต้องการและลงมือทำซะ บางทีผู้หญิงก็พูดมากเกินไป เช่นเดียวกับการที่คุณไม่เคยพยายามให้เหตุผลแก่สุนัขของคุณเวลาคุณอยากให้ มันทำอะไร แต่แค่แสดงให้เห็นมันว่าคุณอยากให้มันทำอะไร ผู้ชายก็เช่นกัน บางทีพวกเขาก็ไม่อยากฟังว่าคุณต้อกงารอะไร แต่อยากเห็นว่าคุณอยากได้อะไรมากกว่า


  ท้าทายเขา
เราทุกคนต่างรู้ว่าผู้ชายชอบเล่นเกม ฉะนั้น ทำไมไม่กระตุ้นความชอบแข่งขันในตัวเขาดูบ้าง และทำให้ชีวิตเซ็กซ์ของคุณสนุกขึ้นดว้ยการท้าทายสนุกๆ เพราะระดับเทสทอสเทอโรนที่สูงอย่างมากในตัวผู้ชาย การได้ชัยชนะจึงเป็นเรื่องยิ่งใหญ่สำหรับเขา ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ชายบางคนจึงชอบการแข่งขันบางอย่าง ถึงแม้มันจะดูบ้าอย่างมาก การท้าทายผู้ชายเป็นการเล่นกับความปรารถนาที่ติดตัวมาแต่เกิดของเขา ที่จะพิสูจน์ตัวเองกับคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการท้าทายที่เน้นการกระทำ หรืออะไรที่ต้องใช้กำลังกายนั่นเอง ฉะนั้น ถ้าคุณอยากได้แอคชั่นบนเตียงที่มากขึ้น--ก็ลองท้าทายเขาได้เลย

ที่มาจาก Lisa

สีเสื้อผ้าถูกโฉลกกับวันเกิด


การเลือกสีของเสื้อผ้าที่นำมาสวมใส่นั้นมีความความสำคัญต่อบุคลิกภาพของผู้สวมใส่เป็นอย่างมากเพราะจะช่วยทำให้เสริมบารมีจะทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งทีเดียวแล้วต้องเลือกสีไหนล่ะถึงจะถูกโฉลกกับวันเกิดของเราวันนี้เรามีคำตอบให้ค่ะ

วันอาทิตย์
ใส่แล้ว ประสบความสำเร็จ ได้แก่  สีส้ม,สีม่วง,สีเหลืองใส่แล้วมีโชคลาภ ได้แก่  สีขาวใส่แล้วมีอำนาจ ได้แก่  สีเทา,สีครีมใส่แล้วได้รับความช่วยเหลือได้แก่   สีแดงใส่แล้วจะทำให้ทะเลาะกันได้แก่   สีเขียวใส่แล้วจะทำให้เจ็บป่วย ผิดหวัง ได้แก่  สีดำ,สีน้ำเงินใส่แล้วเป็นกาลกิณี ได้แก่  สีชมพู

วันจันทร์
ใส่แล้วประสบความสำเร็จได้แก่   สีเทา,สีครีมใส่แล้วมีโชคลาภได้แก่   สีชมพู
ใส่แล้วมีอำนาจ ได้แก่ สีดำ,สีน้ำเงิน
ใส่แล้วได้รับความช่วยเหลือได้แก่   สีขาว
ใส่แล้วจะทำให้ทะเลาะ กันได้แก่ สีส้ม,สีม่วง,สีเหลือง
ใส่แล้วจะทำให้เจ็บป่วย ผิดหวังได้แก่   สีแดง
ใส่แล้วเป็นกาลกิณีได้แก่   สีเขียว


วันอังคาร ใส่แล้ว ประสบความสำเร็จ ได้แก่  สีดำ,สีน้ำเงิน
ใส่แล้วมีโชคลาภ ได้แก่   สีเขียว
ใส่แล้วมีอำนาจ ได้แก่    สีแดง
ใส่แล้วได้รับความช่วยเหลือได้แก่   สีชมพู
ใส่แล้วจะทำให้ทะเลาะ กันได้แก่   สีเทา,สีครีม
ใส่แล้วจะทำให้เจ็บป่วย ผิดหวังได้แก่   สีขาว
ใส่แล้วเป็นกาลกิณีได้แก่    สีส้ม,สีม่วง,สีเหลือง

วันพุธ ใส่แล้วประสบความสำเร็จได้แก่   สีแดง
ใส่แล้วมีโชคลาภ ได้แก่   สีส้ม,สีม่วง,สีเหลือง
ใส่แล้วมีอำนาจ ได้แก่    สีขาว
ใส่แล้วได้รับความช่วยเหลือได้แก่  สีเขียว
ใส่แล้วจะทำให้ทะเลาะ กันได้แก่   สีดำ,สีน้ำเงิน
ใส่แล้วจะทำให้เจ็บป่วย ผิดหวังได้แก่   สีชมพู
ใส่แล้วเป็นกาลกิณีได้แก่   สีเทา,สีครีม

วันพฤหัสบดี ใส่แล้วประสบความสำเร็จได้แก่    สีขาว
ใส่แล้วมีโชคลาภ ได้แก่   สีเทา,สีครีม
ใส่แล้วมีอำนาจ ได้แก่   สีชมพู
ใส่แล้วได้รับความช่วยเหลือได้แก่   สีส้ม,สีม่วง,สีเหลือง
ใส่แล้วจะทำให้ทะเลาะ กันได้แก่     สีแดง
ใส่แล้วจะทำให้เจ็บป่วย ผิดหวังได้แก่  สีเขียว
ใส่แล้วเป็นกาลกิณีได้แก่  สีดำ,สีน้ำเงิน

วันศุกร์ ใส่แล้วประสบความสำเร็จได้แก่     สีชมพู
ใส่แล้วมีโชคลาภ ได้แก่    สีดำ,สีน้ำเงิน
ใส่แล้วมีอำนาจ ได้แก่  สีเขียว
ใส่แล้วได้รับความช่วยเหลือได้แก่   สีเทา,สีครีม
ใส่แล้วจะทำให้ทะเลาะ กันได้แก่     สีขาว
ใส่แล้วจะทำให้เจ็บป่วย ผิดหวังได้แก่   สีส้ม,สีม่วง,สีเหลือง
ใส่แล้วเป็นกาลกิณีได้แก่  สีแดง

วันเสาร์ใส่แล้วประสบความสำเร็จได้แก่       สีเขียว
ใส่แล้วมีโชคลาภ ได้แก่    สีแดง
ใส่แล้วมีอำนาจ ได้แก่  สีส้ม,สีม่วง,สีเหลือง
ใส่แล้วได้รับความช่วยเหลือได้แก่  สีดำ,สีน้ำเงิน
ใส่แล้วจะทำให้ทะเลาะ กันได้แก่   สีชมพู
ใส่แล้วจะทำให้เจ็บป่วย ผิดหวังได้แก่ สีเทา,สีครีม
ใส่แล้วเป็นกาลกิณีได้แก่  สีขาว


ครบทั้ง 7 วัน 7 แบบกันแล้วรู้ทั้งสิ่งที่ควรสวมและไม่ควรทีนี้เราก็มาเลือกสีเสื้อผ้าให้ตรงกับโฉลกวันเกิดเรากันเถอะค่ะเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเรากัน

บทความโดยอ.เทวีโชค